รีเซต

จิตแพทย์เผย คนที่รักษาจิตเวช จะมีวันที่หายสนิท โดยไม่ต้องกินยาหรือไม่?

จิตแพทย์เผย คนที่รักษาจิตเวช จะมีวันที่หายสนิท โดยไม่ต้องกินยาหรือไม่?
TNN ช่อง16
3 พฤษภาคม 2569 ( 21:48 )

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า


คนที่รักษาจิตเวช จะมีวันที่หายสนิทโดยไม่ต้องกินยาหรือไม่?


คำถามนี้เป็นสิ่งที่คนไข้หลายคนกังวล และเป็นสิ่งที่หมอต้องใช้เวลาในการตอบเสมอ

คำตอบที่สำคัญที่สุดคือเราต้องแยกคำว่า “หาย” ออกจากคำว่า “ไม่ต้องกินยา” ให้ได้ก่อนครับ เพราะสองสิ่งนี้อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป..


1. “หาย” ไม่ได้แปลว่า “หยุดยาได้ทันที”

ในทางจิตเวช การที่อาการดีขึ้น (Remission) เป็นเพียงก้าวแรก สมองยังต้องการเวลาในการ “ตั้งหลัก” เพื่อฟื้นฟูสารเคมีให้เสถียร

-เปรียบเทียบ: อาการดีขึ้นเหมือนไฟสงบ แต่การกินยาต่อคือการเฝ้าระวังไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมาใหม่

-เช่น โรคซึมเศร้า มักแนะนำให้ทานยาต่ออีกอย่างน้อย 6 เดือนแม้จะรู้สึกปกติแล้ว เพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ


2. บางคน “หายดี” แต่ยังควรกินยาเพื่อความมั่นคง

สำหรับบางโรคที่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูง เช่น ไบโพลาร์ หรือจิตเภท ยาจะเปลี่ยนหน้าที่จาก “ไม้เท้า” กลายเป็น “ราวกันตก”

- การกินยาไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ แต่แปลว่าคุณให้คุณค่ากับชีวิตมากพอที่จะไม่ประมาท

- ยามีไว้เพื่อให้คุณรักษาความสัมพันธ์ การงาน และคุณภาพชีวิตให้คงที่ ไม่ใช่ “โซ่ล่าม” แต่เป็น “สะพาน” ที่พาคุณกลับสู่โลกความจริง


3. การหยุดยาได้ ไม่ได้หมายความว่าหายขาดตลอดไป

คนที่หยุดยาได้แล้วยังต้องรู้จัก “สัญญาณเตือนส่วนตัว” (Early Warning Signs) เช่น เริ่มนอนไม่หลับ แยกตัว หรือหงุดหงิดง่าย


โรคทางใจคล้ายภูมิแพ้ วันนี้ไม่จามไม่ได้แปลว่าเชื้อหายไปถาวร หากเจอความเครียดหรือแรงกดดันมหาศาล โรคก็อาจกลับมาได้ การรู้ตัวเร็วคือการมี “แผนที่กลับบ้าน” ให้ตัวเอง


4. การรักษาไม่มีสูตรสำเร็จ (Tailor-made)

การจะหยุดยาได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:

-ประเภทของโรค: ซึมเศร้าครั้งแรก vs โรคเรื้อรัง

-ประวัติ: จำนวนครั้งที่เคยเป็น และความรุนแรง

-บริบทชีวิต: ระบบสนับสนุนและความพร้อมของร่างกาย


 การรักษาเหมือนการ มิกซ์เพลง บางช่วงต้องเพิ่มความนุ่ม บางช่วงต้องปล่อยให้เงียบ เป้าหมายคือให้เพลงชีวิต "ไม่แตก" และฟังได้ไพเราะที่สุด


5. ยาไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความอ่อนแอ

อย่าติดกับดักความคิดที่ว่า “ถ้าต้องพึ่งยา แปลว่าไม่ปกติ”


คนสายตาสั้นใส่แว่นเพื่อให้มองชัด คนเป็นเบาหวานกินยาเพื่อให้ร่างกายสมดุล ยาจิตเวชก็เช่นกัน มันช่วยให้คุณ กลับมาเป็นตัวเอง ได้มากขึ้น


ชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่การหยุดยาได้ แต่คือการที่ชีวิตคุณมั่นคงและมีความสุข


สรุป: เป้าหมายสูงสุดคือ “ได้ชีวิตคืน”

จุดหมายของการรักษาไม่ใช่การทำสถิติหยุดยา แต่คือการช่วยให้คุณ:

1. นอนหลับและกินอิ่ม

2. ทำงานและรักใครสักคนได้

3. หัวเราะและร้องไห้ได้ตามธรรมชาติ


ชัยชนะไม่ได้แปลว่าเราไม่ต้องมีอะไรช่วยเลย แต่คือวันที่เราไม่ปล่อยให้โรคมาตัดสินชีวิตแทนเรา ไม่ว่าวันนี้จะมีหรือไม่มีเม็ดยาอยู่บนโต๊ะ หากคุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมาย นั่นคือความสำเร็จที่น่าภูมิใจแล้ว


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง