บีโอไอกางยอดลงทุนปี 68 สถิติใหม่ 1.8 ล้านล้าน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 3,370 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 และมีเงินลงทุน 1,876,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67 นับเป็นยอดเงินลงทุนและจำนวนโครงการ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมที่สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด คือ อุตสาหกรรมดิจิทัล 746,198 ล้านบาท 151 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยบริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป และไทย เช่น บจ.ซีนิท ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส, บจ. กาแล็คซี่ พีค ดาต้า เซ็นเตอร์, บจ.เคทู สแทรททิจิค อินฟราสตรัคเจอร์ และ บจ.ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ นอกจากนี้จะเป็นกิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มบริการดิจิทัล และดิจิทัลคอนเทนต์
นายนฤตม์ กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2569 จะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 โดยมี แรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 5 ปัจจัยหลัก คือ
(1) กระแสการโยกย้ายฐานการผลิต เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทใหญ่จำนวนมากที่เคยมีฐานผลิตในจีน ได้เริ่มขยับขยายออกมาหาแหล่งผลิตใหม่
(2) การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดและการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้เกิดการเร่งลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลโดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ AI Infrastructure
(3) เทรนด์โลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ทำให้เกิดกระแสการลงทุนสีเขียว ตั้งแต่ระบบโลจิสติกส์ วัตถุดิบ กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ต้องสีเขียวตลอดทั้งสาย รวมทั้งความต้องการใช้พลังงานสะอาด
(4) การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้กำลังแรงงานลดน้อยลง ภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล
(5) ศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย รวมทั้งนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง
สำหรับภารกิจสำคัญของบีโอไอ ในปี 2569 จะผลักดันให้เกิดการลงทุนที่จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาระบบนิเวศ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะเน้น 5 ภารกิจสำคัญ คือ
1. ดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะการสร้างฐาน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่ง
2. พัฒนาบุคลากรไทย เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
3. ดึงดูดกลุ่มบุคลากรทักษะสูงให้เข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ไม่ว่าจะเป็น BOI visa, Long-term Resident (LTR) visa และ SMART visa
4. เสริมสร้างความเข้มแข็งของซัพพลายเชน เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม ๆ
5. อำนวยความสะดวกในการลงทุน (Ease of Investment) ผ่านกลไก Thailand FastPass
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
