รีเซต

UAE แจงถอนตัวจาก "OPEC" เป็นยุทธศาสตร์ศก.

UAE แจงถอนตัวจาก "OPEC" เป็นยุทธศาสตร์ศก.
TNN ช่อง16
18 พฤษภาคม 2569 ( 10:51 )

ทั้งนี้ UAE  ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า การตัดสินใจลาออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร OPEC+ นั้น เป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองใด ๆ แอบแฝง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายซูฮาอิล โมฮาเหม็ด อัล มาซรูอี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของยูเออี ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) เพื่อสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ ว่า”การตัดสินใจในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการประเมินนโยบายการผลิตภายในประเทศและศักยภาพในอนาคตอย่างครอบคลุมแล้ว ซึ่งตั้งอยู่บนผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ความรับผิดชอบในฐานะผู้จัดหาพลังงานที่น่าเชื่อถือ และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการรักษาเสถียรภาพของตลาดเพียงเท่านั้น”


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของยูเออีเน้นย้ำว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้อิงจากข้อพิจารณาทางการเมืองใด ๆ และไม่ได้สะท้อนถึงความขัดแย้งหรือรอยร้าวระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับกลุ่มประเทศพันธมิตรแต่อย่างใด”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า การยุติบทบาทดังกล่าว “ถือเป็นทางเลือกเชิงอธิปไตยและเชิงยุทธศาสตร์ที่หล่อหลอมมาจากวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ การพัฒนาขีดความสามารถในภาคพลังงาน รวมถึงความมุ่งมั่นอันมั่นคงที่มีต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนเกิดสงคราม ยูเออีมีกำลังการผลิตน้ำมันอยู่ที่ระดับสูงกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันเล็กน้อย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายโควตาของกลุ่ม OPEC+ โดยทางการอาบูดาบีตั้งเป้าหมายที่จะขยายขีดความสามารถในการผลิตให้บรรลุถึง 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน


นายฮอร์เก เลออน (Jorge León) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์จากบริษัทวิจัยพลังงาน Rystad Energy ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC หลังจากที่ยูเออีประกาศการตัดสินใจว่า ยูเออีถือเป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลมากที่สุดในกลุ่ม OPEC รองจากซาอุดีอาระเบีย และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ (ร่วมกับซาอุดีอาระเบีย) ที่มีกำลังการผลิตสำรองมากพอที่จะส่งผลต่อการกำหนดทิศทางราคาและสามารถรองรับภาวะวิกฤตการขาดแคลนอุปทาน (Supply Shocks) ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง