120 วัน "เปิดประเทศ" จังหวัดไหนเปิดรับต่างชาติเมื่อไหร่บ้าง!

120 วัน "เปิดประเทศ" จังหวัดไหนเปิดรับต่างชาติเมื่อไหร่บ้าง!
Ingonn
21 มิถุนายน 2564 ( 16:47 )
122
120 วัน "เปิดประเทศ" จังหวัดไหนเปิดรับต่างชาติเมื่อไหร่บ้าง!

 

นับถอยหลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ ทำให้หลายจังหวัดมีการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดจังหวัด ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่รับชาวต่างชาติ

 

 


โดย 10 จังหวัดนำร่อง เปิดในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, สุราษฎร์ธานี (สมุย, พะงัน, เกาะเต่า), ชลบุรี (พัทยา) และเชียงใหม่ และอีก 4 จังหวัดใหม่ ที่อยู่ในแผนนำเสนอให้คณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ได้แก่ กรุงเทพฯ, เพชรบุรี (ชะอำ), ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และบุรีรัมย์

 

 


วันนี้ True ID จะพาไปดูการเตรียมความพร้อมเปิดประเทศของแต่ละจังหวัด ว่าเปิดเมื่อไหร่ และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง

 

 


คืบหน้าภูเก็ตเตรียมเปิดที่แรก


ขณะนี้ภูเก็ตฉีดวัคซีนให้ประชาชน 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มประชาชนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมียอดประมาณ 310,000 คน กลุ่มประชากรแฝง ซึ่งมีประมาณกว่า 1 แสนคน และกลุ่มแรงงานต่างชาติ ประมาณ 74,000 คน รวมยอดทั้งหมด 466,587 คน ฉีดวัคซีนไปแล้ว 350,871 คน คิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในจังหวัด

 

 

ขณะที่สถานประกอบการโรงแรมกว่า 300 แห่งในภูเก็ตได้รับสัญลักษณ์ SHA หรือ สัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อม Phuket Sandbox โดยทำอย่างเป็นระบบตั้งแต่ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ การเข้าพัก การท่องเที่ยว และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ จนถึงการเดินทางออกจากจังหวัด

 

 


เงื่อนไขการเปิดประเทศ


การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว โดยไม่กักตัวในระยะแรก จะเริ่มจากการเปิดเมือง (พื้นที่นำร่อง)ให้แล้วเสร็จในไตรมาส3 ที่จะเน้นไปยังพื้นที่ที่เป็นเกาะ และพื้นที่ Sealed routes  โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

 

1. พื้นที่เกาะ จะนำร่องด้วย ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เริ่ม 1 กรกฎาคม2564 จากนั้นจะเป็นพื้นที่ Sealed routes  เกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน ที่จะเริ่มในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางไปเกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน จะต้องอยู่ในห้องพักก่อน เพื่อรอผลการตรวจโควิด-19 ถ้าผลตรวจเป็นลบก็จะออกจากห้องพักได้ คืนที่ 1-3 นักท่องเที่ยวสามารถออกนอกห้องพักและได้รับบริการต่างๆเฉพาะในบริเวณโรงแรมที่พักเท่านั้น ส่วนคืนที่ 4-7 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวในระบบปิดตามเส้นทางที่กำหนดเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุย เท่านั้น และคืนที่ 8-14 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวระหว่างระหว่างเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่าได้

 

 

2. พื้นที่ Extension เชื่อมโยงจากภูเก็ต 2 เส้นทาง คือ เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เล จ.กระบี่ และ เขาหลัก เกาะยาว จ.พังงา จะเป็นพื้นที่ Sealed routes ที่จะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ในเดือนสิงหาคม 2564

 

 

3.พื้นที่ Sealed Approach (Areas&Routes) 3 พื้นที่ จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในเดือนกันยายน 2564ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ อ.แม่ริม อ.แม่แตง และ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ พื้นที่ พัทยา อ.บางละมุง สัตหีบ และพื้นที่อ.เมือง สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับการแข่งขันโมโตจีพีในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ 

 

 

ขณะที่ไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป จะมีกรุงเทพฯ ชะอำ และหัวหิน รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่มีความพร้อมในการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถเปิดพื้นที่นำร่องได้มากกว่า 10 พื้นที่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละจังหวัดหรือเมือง

 

 

 

หลักเกณฑ์เปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวไทย


กลุ่มประเทศที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ระบุว่า มีความเสี่ยงปานกลาง และต่ำ ต้องได้รับวัคซีนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กำหนดไว้ 5 ชนิด คือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม โมเดอร์น่า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน หรือวัคซีนอื่นๆ เช่น ไฟเซอร์ หรือวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกรับรองแล้ว แต่จะต้องได้รับครบโดสที่กำหนดของแต่ละวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน เมื่อมาถึงแล้วต้องอยู่ในที่พักอย่างน้อย 14 คืน แต่ถ้าน้อยกว่า จะต้องเป็นกรณีกลับประเทศหรือออกนอกประเทศไทยเท่านั้น ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อน 1 ครั้งใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงไทย ระหว่างพำนัก 14 วันในพื้นที่ ต้องตรวจหาเชื้ออีก 2 ครั้ง คือ วันที่ 6-7 และ 12-13 ของการกักตัว

 


เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 64 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กล่าวว่า สธ. กำหนดมาตรการกำกับ 3 ข้อ คือ 

 

1.การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการโควิด-19 เพื่อดูข้อมูลการติดเชื้อ การดูแลทรัพยากร ซึ่งต้องร่วมกันระหว่างสธ. การท่องเที่ยว และประชาสังคม 

 


2.การเตรียมความพร้อมประชาชน ให้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็น มีแผนการสื่อสาร ให้สอดคล้องกันทั้งจังหวัด และเมื่อเปิดได้ ก็ปิดได้  

 


3.การเตรียมความพร้อม ทรัพยากรด้านสาธารณสุขให้เต็มที่ โดยพิจารณาการปิด คือ ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์ กระจายโรคในจังหวัดทั้ง 3 อำเภอมากกว่า 6 ตำบล และมีระบาดมากกว่า 3 คลัสเอตร์ ระบาดวงกว้าง หรือความเชื่อมโยงไม่ได้ หรืออัตราครองเตียงมากกว่า80% แสดงว่าสถานการณ์ไม่ดี ก็จะต้องลดกิจกรรมลง ระบบปิดเส้นทาง ไปจนถึงยุติแซนด์บ็อกภูเก็ต

 

 

 

 

 


คาด 5 ประเทศทำ "Travel Bubble”


หากประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงมากว่า 200 คนต่อวัน ทางกระทรวงจะพิจารณาทำ “แทรเวลบับเบิล” รายจังหวัดกับต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากที่ได้ชะลอไปตอนเกิดการแพร่ระบาดระลอก 3

 


ประเทศที่สนใจร่วมทำแทรเวลบับเบิล แลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกับไทยและได้แจ้งความประสงค์ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมามี 5 ประเทศ คือ สิงคโปร์, เวียดนาม, ลาว, มาเลเซีย และฮ่องกง

 

 

ข้อมูลจาก Hfocus , TNN , กรุงเทพธุรกิจ , ฐานเศรษฐกิจ

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง