รีเซต

ถอดรหัสปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เดิมพันของ"ทรัมป์" กับการกอบกู้ภาพลักษณ์ และคะแนนนิยม

ถอดรหัสปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน  เดิมพันของ"ทรัมป์" กับการกอบกู้ภาพลักษณ์ และคะแนนนิยม
TNN ช่อง16
2 มีนาคม 2569 ( 01:14 )

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารกับ “อิหร่าน” ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 7 นับตั้งแต่เขารับตำแหน่งในรอบที่ 2

นี่คือปฏิบัติการที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่านี่คือ “สงครามที่ไร้แผนรองรับ” และขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่เขาพยายามไขว่คว้าอย่าง “รางวัลโนเบลสันติภาพ”

ถอดเบื้องหลังปฏิบัติการ “ทรัมป์”

รศ. ดร. ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคง วิเคราะห์ผ่านรายการ เกาะติดสงครามตะวันออกกลาง TNN World Today เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เพื่อฉายภาพยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ และถอดรหัสความคิดของ “โดนัลด์ ทรัมป์” กับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

โดยมองว่าสหรัฐฯ กำลังกดดันอิหร่านใน 2 แนวรบพร้อมกัน 

แนวรบแรก คือ ทางทหาร  ลดศักยภาพการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จำกัดขีปนาวุธที่พัฒนาได้ต่อเนื่อง และตัดทอนเครือข่ายพันธมิตรของอิหร่านในประเทศที่สหรัฐฯ มีฐานทัพอยู่กว่า 10 แห่งในตะวันออกกลาง

แนวรบที่สอง คือ ทางการทูต ทางการทูต ใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และการจัดการภายในเป็นแรงกดดัน ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นกิจการภายใน แต่สหรัฐฯ มองว่าเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพภูมิภาค

“ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกันอยู่หลายเรื่อง” รศ.ดร.ปณิธาน อธิบาย พร้อมชี้ว่ามิติความมั่นคงและการเมืองภายในสหรัฐฯ กำลังเดินคู่กัน




“ทรัมป์” หวังผลคะแนนนิยม หรือแรงจูงใจส่วนตัว?

รศ.ดร.ปณิธาน วิเคราะห์ว่า ปัจจัยภายในของสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญไม่น้อย ทรัมป์ต้องการดึงคะแนนนิยมที่ตกต่ำ สไตล์การเจรจาของทรัมป์นั้น “ก้าวร้าวและเน้นกำลัง” ทรัมป์ชอบบีบให้คู่ต่อสู้จนมุม เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบที่สุดบนโต๊ะเจรจา

โดยการเดินเกมครั้งนี้มีเดิมพันมหาศาล ทั้งเรื่องพลังงานและการลงทุนในพื้นที่ทับซ้อนอย่างฉนวนกาซาและอิหร่าน

ส่วนการคานอำนาจโดยวุฒิสภา (Bipartisan) เพื่อจำกัดอำนาจสงครามของประธานาธิบดี รศ.ดร.ปณิธาน มองว่าทำได้เพียง “ชั่วคราว” เท่านั้น เพราะสถาบันประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอำนาจพิเศษที่เข้มแข็งมาก

“ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีฐานะที่ค่อนข้างพิเศษกว่าหลายประเทศ ก็คือมีความเข้มแข็งในแง่ของสถาบันการเป็นประธานาธิบดี การระงับ ยับยั้ง การชะลอ ก็ทำได้ไม่มากในเรื่องของผลประโยชน์แห่งชาติ เรื่องความมั่นคงปลอดภัย เรื่องสงคราม สามารถทำสงครามก่อนได้ แล้วค่อยกลับไปขออนุมัติก็ยังได้

แล้วก็หลายครั้งก็มีกฎหมายหลายฉบับให้ใช้ ถ้ากฎหมายฉบับหนึ่งมีปัญหา ก็หันไปใช้อีกฉบับได้ รวมทั้งการปฏิบัติการรัฐอีกหลายอย่างทางด้านความมั่นคง แล้วก็สามารถที่จะเข้าสู่การเจรจาได้อย่างคล่องตัวกว่าหลายผู้นำของหลายประเทศ” รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว

รศ.ดร.ปณิธาน เชื่อว่า หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความเข้าใจสถานภาพของตนเอง แล้วก็ต้องการที่จะใช้ความสามารถพิเศษ ฐานอำนาจพิเศษเหล่านี้ โดยเฉพาะที่ได้รับการเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้นในช่วงสมัยที่ผ่านมา สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว แต่อีกด้านหนึ่งก็เห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แต่ในภาพรวมก็น่ากังวล โดยเฉพาะสงครามที่เกิดมากขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง


ตะวันออกกลางยังสำคัญแค่ไหนในยุทธศาสตร์สหรัฐ?

นักวิชาการชี้ว่า ในยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับล่าสุด สหรัฐฯ จัดลำดับความสำคัญใหม่ ลาตินอเมริกา และอเมริกาเหนือมาก่อน อินโด-แปซิฟิกตามมา ส่วนตะวันออกกลางและยุโรปถูกลดลำดับลง

แต่ในความเป็นจริง แม้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์จะลดลง ไฟในภูมิภาคตะวันออกกลางยังลุกโชน และสหรัฐฯ ยังไม่อาจถอนตัวง่าย ๆ ขณะที่บทเรียนจากอิรัก ซีเรีย และอัฟกานิสถาน ทำให้การส่งกำลังขนาดใหญ่ไม่น่าเกิดขึ้นอีก แต่ปฏิบัติการจำกัดวงยังคงเป็นทางเลือก


กุญแจ 3 ดอกสู่การเจรจาสันติภาพ

แม้การเจรจาคือทางเดียวที่จะหยุดยั้งความรุนแรงในภูมิภาคนี้ แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับ 3 ตัวละครหลัก

กุญแจดอกแรก คือ อิหร่าน ในฐานะผู้นำชุดใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาแทนคนเดิม จะเลือกทาง “สู้ตาย” หรือ “พูดคุย”

กุญแจดอกที่สอง คือ สหรัฐฯ ที่จะมีจุดยืนว่าจะหยุดแค่การขู่ หรือจะรุกคืบเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่านให้เป็นมิตร

และอิสราเอล ในฐานะคู่ปรับตลอดกาลที่เป็นเป้าหมายตรงของอิหร่าน และมีส่วนได้ส่วนเสียสูงสุดในการจัดระเบียบภูมิภาคนี้ใหม่

สำหรับจุดยืนของไทย รศ.ดร.ปณิธาน เสนอแนะว่า ต้องรักษาความเป็นกลางและเร่งดูแลความปลอดภัยของคนไทยนับแสนในพื้นที่เสี่ยง แต่ในอนาคตไทยอาจต้องกล้ายกระดับบทบาทมากกว่าแค่การทูตแบบเดิม

“เราอาจต้องพิจารณาการมีส่วนร่วมด้านมนุษยธรรม หรือการเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อให้ประเทศไทยได้พื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น แม้จะเป็นความเสี่ยง แต่ก็คือโอกาสในการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยในระยะยาว”

การเดินเกมของทรัมป์ครั้งนี้คือการมอง “เหรียญคนละด้าน” ฝ่ายหนึ่งกลัวสงครามบานปลาย แต่อีกฝ่ายเห็นว่าอิหร่านกำลังอ่อนแอที่สุดในรอบหลายสิบปี ทรัมป์จึงเลือกเสี่ยงดวงครั้งใหญ่ (High Risk, High Reward) ถ้าชนะ เขาจะได้ทั้งอำนาจและเกียรติยศ แต่ถ้าแพ้ ราคาที่สหรัฐฯ และโลกต้องจ่ายจะสูงจนประเมินค่าไม่ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง