สิ้น “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน 4 ทศวรรษ อิหร่านจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ผู้นำสูงสุดในอิหร่านกว่า 4 ทศวรรษ
อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นักวิชาการศาสนาอิสลามวัย 86 ปี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านมาตั้งแต่ปี 1989 เขาขึ้นสู่อำนาจต่อจากอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม หลังการปฏิวัติปี 1979 ที่โค่นล้มพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา
ตำแหน่งผู้นำสูงสุดทำให้เขามีอำนาจเด็ดขาดเหนือทุกแขนงของรัฐ ทั้งรัฐบาล กองทัพ ระบบตุลาการ และทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของประเทศไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษในอำนาจ
คาเมเนอีเผชิญความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับตะวันตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนัก และการประท้วงภายในประเทศหลายระลอกจากปัญหาเศรษฐกิจและสิทธิเสรีภาพ
เขาเรียกสหรัฐอเมริกาว่า “ศัตรูหมายเลขหนึ่ง” ของอิหร่าน และมองอิสราเอลเป็นภัยคุกคามสำคัญรองลงมา หัวใจสำคัญของอำนาจเขาอยู่ที่ความภักดีของสองสถาบันความมั่นคงหลัก ได้แก่ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ ซึ่งมีอาสาสมัครหลายแสนคน
คาเมเนอียืนกรานมาโดยตลอดว่าอิหร่านจะไม่มีวันสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และโครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อพลเรือนเท่านั้น หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศไม่พบหลักฐานว่าอิหร่านกำลังสร้างอาวุธปรมาณู แม้อิสราเอลและบางฝ่ายในรัฐบาลทรัมป์จะผลักดันข้อกล่าวหานี้อย่างต่อเนื่อง
การเสียชีวิตและแรงสะเทือน
อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตหลังการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าไปยังผู้นำระดับสูงของระบอบ สื่อรัฐหลายแห่งของอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตในช่วงเช้าวันอาทิตย์
สถานีโทรทัศน์ IRIB รายงานว่า “ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านได้ถึงแก่มรณภาพ” สำนักข่าว Fars รายงานว่า เขาถูกสังหารในสำนักงานของตน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเช้าวันเสาร์ (28 ก.พ.)
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากพื้นที่ที่พักผู้นำในกรุงเตหะราน และอาคารหลายหลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก การเสียชีวิตครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนประวัติศาสตร์ ที่ทำให้อิหร่านและภูมิภาคเข้าสู่ภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อิหร่านในช่วงอ่อนแอที่สุด
การจากไปของคาเมเนอีเกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านอาจอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 1989 มาตรการคว่ำบาตรตะวันตกทำให้ประเทศโดดเดี่ยวและเศรษฐกิจทรุดหนัก
การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเดือนมิถุนายน 2025 หรือสงคราม 12 วันสร้างความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างอำนาจของเขา การโจมตีล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มุ่งเป้าโดยตรงต่อเขาและผู้นำระดับสูงคนอื่น ๆ ทำลายที่พักและสำนักงานในกรุงเตหะราน
ก่อนหน้านั้น การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เริ่มจากปัญหาเศรษฐกิจในเดือนธันวาคม ได้ลุกลามเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั่วทั้ง 31 จังหวัด รัฐบาลตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนิน “ปฏิบัติการขนาดใหญ่และต่อเนื่อง” เพื่อป้องกัน “เผด็จการสุดโต่ง” จากการคุกคามความมั่นคงของอเมริกา เขายังเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่าน “ยึดอำนาจรัฐบาลของคุณเอง”
แกนต่อต้านและอิทธิพลภูมิภาค
ผู้สนับสนุนคาเมเนอีมองว่า เขาถูกกดดันจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ท้าทายสหรัฐฯ และอิสราเอล ภายใต้การนำของเขา อิหร่านพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ที่กลายเป็นจุดแตกหักหลักกับตะวันตก และใช้เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรอง
เขาปกครองประเทศประชากรราว 90 ล้านคน บนพื้นฐานอารยธรรมกว่า 2,500 ปี ด้วยการควบคุมอำนาจอย่างเข้มแข็ง หลังสงครามอิหร่าน–อิรัก อิหร่านหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีโดยตรงจากศัตรูหลักได้นานกว่าสามทศวรรษ ระบอบได้สร้าง “แกนต่อต้าน” เครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาคที่ทำให้อิหร่านสามารถฉายอำนาจไปยังพื้นที่ใกล้ศัตรูได้
แต่ภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งเริ่มสั่นคลอนหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2023อิสราเอลเปิดสงครามใหญ่กับฮามาส จากนั้นขยายเป้าไปยังฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และเคลื่อนกำลังเข้าสู่ซีเรีย
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ให้คำมั่นว่าจะ “ปิดบัญชี” จนนำไปสู่การโจมตีอิหร่านโดยตรงในเดือนมิถุนายน 2025 สหรัฐฯ เข้าร่วมโจมตีโรงงานนิวเคลียร์สามแห่งในช่วงท้ายสงคราม 12 วัน
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าโรงงานเหล่านั้น “ถูกทำลายสิ้น” ท่ว่า 6 เดือนหลังสงคราม อิหร่านสูญเสียไพ่ต่อรองสำคัญ ทั้งด้านนิวเคลียร์และเครือข่ายพันธมิตร เศรษฐกิจยิ่งทรุดหนัก และการประท้วงภายในประเทศทวีความรุนแรง
การเมืองภายในและการปราบปราม
ตลอดยุคของคาเมเนอี อิหร่านเผชิญแรงผลักดันปฏิรูปหลายครั้ง และถูกปราบปรามหลายครั้งเช่นกัน เขาควบคุมขบวนการปฏิรูปยุคประธานาธิบดีโมฮัมหมัด คาตามี
ในยุคประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี มีการปราบปรามการเคลื่อนไหวหลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หลังไรซีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ในปี 2024 การเลือกตั้งประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน สร้างความหวังใหม่ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและฟื้นการเจรจานิวเคลียร์ แต่การโจมตีของอิสราเอลทำให้ความหวังนั้นสะดุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
