นักวิเคราะห์ชี้ จะเปิดฮอร์มุซ ต้องใช้กลยุทธ์ทหารคู่กดดันการทูต

เดือนเศษๆ แล้วหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ในเวลานี้ ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานอย่างน้ำมันกว่า 25% ของโลกที่ต้องไหลผ่านเส้นทางนี้กลับถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อช่องแคบฮอร์มุซคือการเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรที่มีความจำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ รวมพลังออกมาแสดงความเป็นผู้นำเปิดช่องแคบฮอร์มุซกันเอง ไม่ทันไร ปรากฏว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (2 เม.ย.) อังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับอีก 40 ประเทศทั่วโลก หารือเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทว่า การเปิดช่องแคบยุทธศาสตร์นี้ จะง่ายเหมือนตอนปิดหรือไม่ ท่ามกลางวาทกรรมทางการเมืองและสถานการณ์การสู้รบที่ยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุด
บาห์เรน หนึ่งในประเทศอ่าวที่ได้รับผลกระทบไปด้วย เสนอร่างมติในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC เพื่อปกป้องการเดินเรือพาณิชย์ทั้งในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการระบุถึงการใช้ “มาตรการป้องกันทุกอย่างที่จำเป็น ที่รวมไปถึงการใช้กำลัง” เพื่อรักษาความปลอดภัยของเรือสินค้าและน้ำมัน
เปิดรายละเอียดมติที่เสนอโดยบาห์เรน
ร่างมติที่เสนอโดยบาห์เรนซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเป็นเวลาหนึ่งเดือนในเดือนเมษายน ปี 2026 โดยเอกอัครราชทูตจามาล ฟาเรส อัลโรวาอี ผู้แทนถาวรของบาห์เรนประจำสหประชาชาติ จะเป็นผู้นำคณะมนตรีฯ ต่อจากสหรัฐฯ บทบาทนี้มีระยะเวลาหนึ่งเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026
บาห์เรนร่างมตินี้ทันที โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดอยู่ ซึ่งร่างมตินี้ก็เจอแรงต้านจากหลายประเทศเช่นกัน เพราะร่างนี้เปิดทางให้มีการดำเนินมาตรการทางทหารที่ได้รับการรับรองจาก UN เพื่อยับยั้งการคุกคามหรือการปิดกั้นเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้
สำนักข่าว AP ระบุว่า ในร่างฉบับแรกนี้ ระบุชัดว่า
“ประเทศสมาชิกหรือกลุ่มพันธมิตรทางทะเลสามารถใช้กำลังทางทหาร
เพื่อรักษาการเดินเรือ และยับยั้ง ทำลาย หรือป้องกันความพยายามที่จะปิดกั้น
ขัดขวาง หรือรบกวนการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีเรือพาณิชย์ทั้งหมดทันที และเลิกขัดขวางในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ความมั่นคงทางพลังงาน และเศรษฐกิจโลก
หนึ่งในนักการทูตคนหนึ่งกล่าวว่า ร่างมตินี้กำลังถูกปรับแก้เมื่อวันอังคาร หลังจากที่หลายประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับคำว่า 'ใช้กำลัง' หรือการบังคับใช้มาตรา 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเปิดทางให้ UN สามารถอนุมัติทั้งการคว่ำบาตรและการใช้กำลัง
ขณะที่รอยเตอร์สรายงานว่า บาห์เรนเองก็ได้ปรับร่างมตินี้ด้วยการไม่ให้มีการกล่าวถึงการบังคับใช้โดยตรง เพื่อให้ร่างสามารถผ่านการพิจารณาได้ โดยบาห์เรนได้รับแรงสนับสนุนจากชาติอ่าวอื่นๆ อย่าง อาห์เหม็ด อาโบวล์ กีตต์ เลขาธิการสภาแห่งชาติอาหรับ ระบุว่า กลุ่มประเทศอาหรับสนับสนุนความพยายามของบาห์เรน
บาห์เรนในฐานะตัวแทนของโลกอาหรับที่มีอำนาจในฐานะประธานหมุนเวียนในเวลานี้ ถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญของชาติอาหรับ อีกทั้งบาห์เรนยังเป็นหนึ่งในหลายประเทศภูมิภาคอ่าวที่ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักและตกเป็นเป้าการโจมตีจากทั้งโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน ตั้งแต่สงครามเริ่มเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
จีน ใช้สิทธิ์วีโต้ คัดค้านมติใช้กำลัง
ในเวทีประชุมนี้ มีท่าทีของจีนออกมา ซึ่งจีนอย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นสมาชิกถาวร หรือ P5 ที่มีสิทธ์ยับยั้ง (veto) และในครั้งนี้ จีนก็ออกมาแสดงสิทธิ์วีโต้ คัดค้านการอนุมัติการใช้กำลังใดๆ ก็ตาม
ฟู่ ชง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวคัดค้านมตินี้โดยระบุว่า “ปฏิบัติการทางทหารใดๆ จะเป็นการให้ความชอบธรรมแก่การใช้กำลังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแบบไม่เลือกหน้าซึ่งจะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เกิดผลร้ายแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
จะเปิดฮอร์มุซ ต้องใช้ 2 กลยุทธ์นี้?
คำถามสำคัญคือ ช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถกลับมาเปิดได้จริงๆ หรือไม่? Samuel Hellfront นักวิเคราะห์ด้านตะวันออกกลางและผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกลยุทธ์และนโยบายจาก Naval Postgraduate School ของแคลิฟอร์เนีย มองว่า การจะเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบนี้นั้น จำเป็นต้องใช้ 2 กลยุทธ์ควบคู่กัน
กลยุทธ์ทางทหาร 5 ประการ
การใช้กำลังโดยตรง (Direct Force)
หมายความว่า เป็นปฏิบัติการเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ขัดขวางการเดินเรือ เช่น การใช้แคมเปญทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานยิงขีปนาวุธหรือเรือวางทุ่นระเบิดตามชายฝั่ง หรือในแผ่นดิน นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้กองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบก หรือกองกำลังทางอากาศเพื่อยึดเกาะยุทธศาสตร์ที่สำคัญในช่องแคบ
การคุ้มกันเรือสินค้า (Escort Operations)
การใช้เรือพิฆาต หรือเรือขนาดเล็กเพื่อคุ้มกันและปกป้องเรือสินค้าในช่วงที่แล่นผ่านพื้นที่เสี่ยงบริเวณช่องแคบ
การบีบบังคับทางอ้อม (Coercion)
แทนที่จะเข้าปะทะโดยตรง Hellfront มองว่าให้กลยุทธ์บีบบังคับทางอ้อม เช่น เน้นการข่มขู่ หรือยึดสิ่งที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญ ในที่นี้ เขาก็ยกตัวอย่างง่า อาจเป็นคลังน้ำมันในเกาะคาร์ก ซึ่งที่นั่นเป็นจุดส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านตัดสินใจหยุดข่มขู่เส้นทางเดินเรือเพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ของตัวเองด้วย
แต่ก็มีเสียงค้านมาว่า ปฏิบัติการส่งทหารของสหรัฐฯ เข้าภูมิภาคเพิ่มไปก่อนหน้านี้ ทางการอิหร่านเองก็เคลื่อนไหวหนักมากว่าจะคอยเฝ้าดูว่า หากมีทหารสหรัฐฯ นายไหนยึดเกาะใดเกาะหนึ่ง หรือโจมตีเกาะสำคัญของอิหร่าน โครงสร้างไฟฟ้า พลังงานทั่วอ่าวเตรียมเจอความมืดแน่ ประกอบกับคะแนนิยมของทรัมป์ต่อการส่งทหารลงภาคพื้นดิน คนอเมริกันไม่เห็นด้วยอย่างมาก เลยทำให้ข้อนี้ถูกมองว่า อาจยากที่จะเกิด
การใช้ขีดความสามารถเฉพาะทาง
การระดมความร่วมมือจากพันธมิตรยุโรปที่มีความเชี่ยวชาญในการกวาดทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นขีดความสามารถสำคัญในการช่วยเปิดทางน้ำ
การใช้กองเรือพาณิชย์ของรัฐ (Merchant Marine)
ในเชิงยุทธศาสตร์ การมีเรือที่ชักธงชาติตนเองจะช่วยให้รัฐบาลบังคับให้เรือเหล่านั้นแล่นผ่านพื้นที่ขัดแย้งได้ ซึ่งต่างจากบริษัทข้ามชาติที่มักจะไม่ยอมแล่นผ่าน หากมีความเสี่ยงสูงเกินไป
กลยุทธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ (Diplomatic and Economic Strategies)
การสร้างพันธมิตรระดับโลก
Hellfront มองว่า การรวมตัวคุยกันของ 40 ประเทศทั่วโลกที่นำโดยอังกฤษ นี่คือหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อช่วยสร้างแรงกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจ ให้อีกฝ่ายเปิดเส้นทางนี้โดยไม่มีเงื่อนไข
การใช้ตัวกลางและอิทธิพลทางการเมือง
ตัวละครสำคัญที่มิอาจมองข้ามในสงครามนี้ คือจีน ซึ่งมีความใกลช้ชิดกับอิหร่าน Hellfront มองว่า จีนยังได้รับน้ำมันจากอิหร่านมากที่สุดในภูมิภาค ดังนั้น ความขัดแย้งนี้ช่วยให้จีนองก็ได้ประโยชน์ในการศึกษาการตอบสนองของสหรัฐฯ และพันธมิตรแบบเรียลไทม์ด้วยเหมือนกัน
เขาย้ำว่า นี่เป็นโอกาสใหุ้โรปใช้สายสัมพันธ์ทางการทูต เช่น คุยกับจีน ประสานเปิอช่องแคบได้ ซึ่งก็ได้เห็นผู้นำหลายชาติตะวันตกที่เดินทางเยือนจีน สานสัมพันธ์มาแล้วก่อนหน้านั้น การขอให้จีนช่วยใช้อิทธิพล หรือคามเชื่อมโยงที่จีนมีต่ออิหร่าน ใช้ให้เป็นประโยชน์
การเจรจาเพื่อหยุดยิงและกำหนดข้อเรียกร้องที่ชัดเจน
หนึ่งในสิ่งที่ยังคงไม่หายไปไหนคือการเจรจาและการกำหนดข้อเรียกร้องที่ชัดเจน จับต้องได้ และข้ามใกล้กับความเป็นจริงมากที่สุด โดยสหรัฐฯ หรือพันธมิตรต้องหาบุคคลในอิหร่านที่เต็มใจและมีความสามารถในการควบคุมกองทัพเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
แต่ฟังแล้วอาจจะยาก เพราะก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์สายความมั่นคงระบุว่า ในอิหร่านเองนั้นก็มีความขัดแย้งภายในคือมีกลุ่มที่เป็นสายนักปฏิบัติ ซึ่งมองว่า อยากยุติสงครามเพราะเห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศ แต่ก็ค้านกับอีกสายคือกลุ่มสายแข็ง อย่างในกองกำลัง IRGC ที่ยังคงเลือกจะใช้การโจมตีตอบโต้ โดยกลุ่มนี้เคยผ่านการสู้รบที่ยาวนานในสงครามอิรัก-อิหร่านมานานถึง 8 ปี
การทำข้อตกลงเฉพาะหน้า (Short-term Band-aid)
บางประเทศอาจเลือกใช้การทูตเพื่อทำข้อตกลงส่วนตัวกับฝ่ายที่มีอำนาจ หรือเป็นคนคุมเส้นทาง เพื่อจะให้เรือของตนเองผ่านไปได้เป็นกรณีไป แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนในระยะยาวก็ตาม แต่อย่างน้อยก็พอให้โลกได้หายใจได้บ้าง
ท้ายที่สุดแล้ว Hellfront ย้ำว่า การจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้น จะใช้แค่กลยุทธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ เพราะสภาพภูมิประเทศบริเวณนั้นที่มีทั้งโขดหิน และภูเขา ช่วยให้ฝั่งอิหร่านซ่อนตัว หรือใช้โดรนโจมตีจากระยะไกลได้ง่าย เพราะฉะนั้น จึงมีวคามจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้กลยุทธ์ทางทหารควบคู่ไปด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
