อิหร่านจะไปต่ออย่างไร? หลังสิ้นผู้นำสูงสุด

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังมีรายงานการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ท่ามกลางวงล้อมของสงครามที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ดร.รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ร่วมวิเคราะห์ผ่านรายการ เกาะติดสงครามตะวันออกกลาง TNN World Today เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงทิศทางและอนาคตของอิหร่านในวันที่ไร้เงาผู้นำสูงสุด
โครงสร้างรัฐธรรมนูญ ปราการเหล็กสยบสุญญากาศการเมือง
ดร.รุสตั้ม ระบุว่าแม้อิหร่านจะสูญเสียผู้นำทางจิตวิญญาณและประมุขสูงสุดไปในช่วงต้นของการปะทะ แต่กลไกของรัฐยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างไร้รอยต่อ เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้ามากว่า 8 เดือนนับตั้งแต่ชนวนสงครามปะทุในปีก่อน ทั้งในด้านสรรพกำลัง อาวุธ และบุคลากร
"วันนี้มีการเข้าสู่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง มีการตั้งสภาชั่วคราวซึ่งประกอบด้วย ประธานาธิบดี ประธานศาลยุติธรรม และตัวแทนสภาผู้ทรงคุณวุฒิ รวม 3 คน ทำหน้าที่แทนผู้นำสูงสุดจนกว่าจะมีการเลือกคนใหม่" ดร.รุสตั้ม เผยถึงกลไกการสืบทอดอำนาจที่ทำให้ปฏิบัติการทางทหารยังคงเดินหน้าโต้กลับได้อย่างหนักหน่วง
Regime Change เป้าหมายแฝงภายใต้ข้ออ้างนิวเคลียร์
ดร.รุสตั้ม ชี้ชัดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ คือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง (Regime Change) มากกว่าเรื่องภัยคุกคามจากนิวเคลียร์ โดยเปรียบเทียบกับสงครามอิรักในปี 2003 ที่มหาอำนาจใช้ข้ออ้างเรื่องอาวุธร้ายแรงเข้าแทรกแซง ซึ่ง ดร.รุสตั้ม มองว่าหากบรรทัดฐานการสังหารผู้นำเช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติ ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วโลกจะตกอยู่ในภาวะลำบากและถูกกดขี่ได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม การล้มรัฐบาลอาจทำได้เร็วด้วยกำลังทางอากาศ แต่การสร้างเสถียรภาพในอิหร่านนั้นต่างออกไป เพราะยังไม่ปรากฏกลุ่มการเมืองภายในที่เข้มแข็งพอจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการจับอาวุธขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนระบอบในเวลานี้
ยุทธศาสตร์สงครามยืดเยื้อ หมากแก้เกมมหาอำนาจ
ดร.รุสตั้ม มองว่าหัวใจสำคัญของชัยชนะอยู่ที่ "ระยะเวลา" โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการสงครามที่รวดเร็ว แต่ทางอิหร่านต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่ตรงข้ามกัน
"อิหร่านต้องทำให้สงครามยืดเยื้อและขยายวงกว้างออกไป จำนวนวันที่เพิ่มขึ้นมีนัยสำคัญ ขีปนาวุธในคลังที่ยังมีอยู่มากจะถูกใช้สร้างแรงกดดันต่อเนื่องต่ออิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีความเปราะบางสูงต่อการโจมตีระยะยาว"
ดังนั้น หากสงครามลากยาวออกไป ฝ่ายที่แบกรับต้นทุนความเสียหายทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจมหาศาลคือสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่อิหร่านจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และอาวุธที่มีอยู่ทำสงครามบั่นทอนกำลังจนกว่าฝ่ายตรงข้ามจะล่าถอยไปเอง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
