รีเซต

เจาะลึกเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศของดูไบ ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เจาะลึกเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศของดูไบ ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
TNN ช่อง16
1 มีนาคม 2569 ( 13:24 )
12

นครดูไบถือเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของโลก แต่ในเชิงการทหารแล้ว ดูไบไม่ได้มีระบบป้องกันภัยทางอากาศแยกต่างหากเป็นของตนเอง เมืองแห่งนี้อยู่ภายใต้โครงข่ายป้องกันภัยทางอากาศของทั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นหนึ่งในระบบที่แข็งแกร่งและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

แนวคิดหลักของกองทัพ UAE คือ การสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้น (Multi-layered air defense) เพื่อรับมือภัยคุกคามที่หลากหลาย ตั้งแต่ขีปนาวุธพิสัยไกล เครื่องบินรบ โดรน ไปจนถึงจรวดความแม่นยำสูง ระบบแต่ละชั้นถูกออกแบบให้ทำงานประสานกัน ลดโอกาสที่ภัยคุกคามจะทะลวงถึงเป้าหมายสำคัญอย่างสนามบินดูไบ ท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และงานระดับโลกอย่าง Dubai Airshow ซึ่งมีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี 

ระบบชั้นสูงสุด THAAD ด่านสกัดขีปนาวุธระยะไกล

ระบบ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) พัฒนาโดยสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหัวใจของชั้นป้องกันระดับสูง ทำหน้าที่สกัดขีปนาวุธพิสัยไกลในช่วงปลายวิถีที่ระดับความสูงมาก โดยมีพิสัยสกัดประมาณ 200 กิโลเมตร และสามารถทำลายเป้าหมายที่ระดับความสูงราว 150 กิโลเมตร ใช้เทคโนโลยี “hit-to-kill” หรือการพุ่งชนเป้าหมายโดยตรงด้วยพลังงานจลน์โดยไม่ใช้หัวรบระเบิด ช่วยลดความเสี่ยงจากเศษซากระเบิดตกสู่พื้นที่เมือง

ประเทศ UAE ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่จัดหาระบบ THAAD และได้ใช้งานจริงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2565 ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ โดยระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้ปกป้องพื้นที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ ครอบคลุมเมืองหลักและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีรายงานว่าสามารถสกัดขีปนาวุธที่มุ่งเป้าพื้นที่ใกล้สนามบินดูไบได้สำเร็จ สะท้อนบทบาทของ THAAD ในการเป็น “เกราะชั้นบนสุด” คุ้มครองภาคการบินและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ระบบชั้นกลาง MIM-104 Patriot PAC-3 เสริมเกราะป้องกัน

ระบบ MIM-104 Patriot PAC-3 หรือ Patriot พัฒนาโดยสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันระดับกลางถึงสูง รองรับการสกัดทั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้-กลาง และอากาศยาน โดยในรุ่น PAC-3 มีพิสัยยิงสกัดเป้าหมายทางอากาศประมาณ 70-160 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับชนิดจรวดที่ใช้ และสามารถสกัดขีปนาวุธแบบ Ballistic ได้ในระยะราว 20-45 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงประมาณ 15-35 กิโลเมตร ใช้เทคโนโลยี hit-to-kill เช่นเดียวกับ THAAD เพิ่มความแม่นยำในการทำลายเป้าหมาย 

ระบบ Patriot ทำงานร่วมกับ THAAD ในลักษณะยิงซ้ำหลายชั้น (layered interception) หากเป้าหมายหลุดรอดจากการสกัดในระดับสูง ระบบ Patriot จะทำหน้าที่เป็นด่านถัดไปในชั้นบรรยากาศตอนล่าง เพิ่มโอกาสการสกัดกั้นสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างป้องกันที่ครอบคลุมหลายรัศมีและหลายระดับความสูงเช่นนี้ ช่วยลดความเสี่ยงต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ของดูไบ ทั้งสนามบิน ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

และชั้นระยะใกล้ Pantsir-S1 ปกป้องจุดยุทธศาสตร์

สำหรับการป้องกันระยะใกล้ ประเทศ UAE ใช้ระบบ Pantsir-S1 พัฒนาโดยรัสเซีย ซึ่งมีรายงานว่าจัดหาไว้ประมาณ 50 ระบบ โดยระบบนี้ออกแบบมาเพื่อรับมือโดรน จรวด และอากาศยานในระยะใกล้-ปานกลาง ผสมผสานทั้งขีปนาวุธนำวิถีกับปืนกลอัตโนมัติขนาด 30 มม. ไว้บนแท่นยิงเดียวกัน ขีปนาวุธของ Pantsir-S1 มีพิสัยยิงประมาณ 20-30 กิโลเมตร และสามารถสกัดเป้าหมายที่ระดับความสูงราว 15 กิโลเมตร ขณะที่ปืนกลมีระยะหวังผลประมาณ 3-4 กิโลเมตร เหมาะสำหรับจัดการเป้าหมายที่บินต่ำและเคลื่อนที่เร็วในระยะประชิด

ระบบนี้มักถูกใช้ปกป้องสถานที่สำคัญ เช่น พื้นที่จัดงาน Dubai Airshow และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในดูไบ โรงไฟฟ้า สถานที่ราชการ และค่ายทหารของกองทัพ นอกจากนี้ยังมีแผนการอัปเดตระบบให้พร้อมทั้งการรับมือภัยคุกคามโดรนรุ่นใหม่ที่มีความเร็วและความแม่นยำสูงขึ้น 

ระบบเสริมยุคใหม่รับมือโดรนและขีปนาวุธยุคใหม่

นอกจากระบบหลักทั้ง 3 ชั้น ประเทศ UAE ยังเร่งเสริมชั้นป้องกันยุคใหม่ เพื่อรับมือภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะโดรนและขีปนาวุธความแม่นยำสูง หนึ่งในกำลังสำคัญคือ M-SAM II หรือ Cheongung Block-II จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยกลางที่ออกแบบให้สกัดขีปนาวุธแบบ Ballistic ระยะใกล้ได้ในช่วงปลายวิถี (terminal phase) ใช้เรดาร์แบบ Active Electronically Scanned Array (AESA) เพิ่มความสามารถในการติดตามหลายเป้าหมายพร้อมกัน และมีความแม่นยำสูงในการยิงสกัดแบบพุ่งชนเป้าหมาย เสริมช่องว่างระหว่าง THAAD และ Patriot 

ในขณะเดียวกัน UAE ยังบูรณาการระบบ Barak จากประเทศอิสราเอล ซึ่งมีหลายรุ่นทั้งพิสัยใกล้และพิสัยกลาง จุดเด่น คือ ระบบนำวิถีเรดาร์ขั้นสูงและความสามารถรับมือทั้งเครื่องบินรบ ขีปนาวุธร่อน และโดรน ทำให้การป้องกันมีความยืดหยุ่นและปรับใช้ได้กับสถานการณ์ที่หลากหลาย 

ส่วนภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กที่บินต่ำและตรวจจับยาก UAE ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางอย่าง DroneHunter ซึ่งเป็นระบบสกัดโดรนแบบยิงตาข่ายหรือใช้โดรนไล่ล่า สามารถจับหรือทำลาย UAV ได้โดยลดความเสี่ยงความเสียหายข้างเคียงในพื้นที่เมือง 

โดยระบบเสริมทั้ง 3 ประเภทนี้จึงทำหน้าที่อุดช่องว่างสำคัญของสงครามสมัยใหม่ ที่ภัยคุกคามมีขนาดเล็กลง เร็วขึ้น และต้นทุนต่ำลง แต่สร้างความเสียหายได้สูง หากไม่มีเกราะป้องกันที่ครอบคลุมทุกระดับความสูงและทุกระยะยิง

ในระหว่างปฏิบัติการทางการทหารในช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญ ประเทศ UAE ต้องเผชิญกับการยิงขีปนาวุธหลายระลอกในภูมิภาค รายงานระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดภัยคุกคามได้หลายครั้งโดยไม่เกิดความเสียหายรุนแรงต่อพื้นที่สำคัญของประเทศ

เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำว่าระบบป้องกันแบบหลายชั้นของประเทศ UAE ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นโครงสร้างป้องกันที่ผ่านการใช้งานจริง และมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในดูไบ หลักประกันเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง