ทำไมอิหร่านจึงสำคัญกับการพัฒนาซินเจียงในระยะยาว ( ตอนจบ )

คุยกันต่อเลยครับ ...
แม้ว่าถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่อิหร่านก็พยายามเดินเกมการเมืองโลกด้วยความระมัดระวังแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดผ่าน “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม” (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือที่นิยมเรียกกันจนติดปากว่า “IRGC” ที่มีบทบาทนำในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
แหล่งข่าวระบุว่า IRGC ไม่ใช่แค่กองกำลัง แต่เป็นเสมือน “กลุ่มทุนทางการเมือง” ที่คุมเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศ ตั้งแต่การก่อสร้าง พลังงาน ไปจนถึงโทรคมนาคม เงินรายได้จากการนี้นำไปสู่เงินงบประมาณในการบริหารความมั่นคงทางการทหาร พัฒนาเศรษฐกิจ และอื่นๆ
เราจึงเห็นอิหร่านระดมทรัพยากรเพื่อวางเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา โรงงานผลิต และฐานปล่อยจรวด และสะสมกองกำลังทหารและคลังอาวุธทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้กระจายอยู่ทั้งบนดินและใต้ดินในหลายสิบหัวเมืองทั่วประเทศ ซึ่งยากต่อการติดตามตรวจสอบ
จนมีกระแสข่าวระบุว่า อิหร่านมีขีปนาวุธพิสัยไกลและมีความแข็งแกร่งด้านสงครามไซเบอร์ รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในจุดยุทธศาสตร์สำคัญในตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน ซึ่งอยู่ตอนเหนือของอิสราเอล และกลุ่มฮูตี (Houthi) ในเยเมนที่ควบคุมช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลแดง (Red Sea) กับอ่าวเอเดน (Gulf of Aden) ก่อนเข้าออกคลองสุเอซ (Suez Canal) รวมทั้งกลุ่มติดอาวุธในอิรักและซีเรีย
ด้วยหลายปัจจัยดังกล่าว ทำให้อิหร่านมีอิทธิพลและบทบาทสำคัญยิ่งในเวทีการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสามารถยืนหยัดต่อสู้กับแรงกดดันจากสหรัฐฯ อิสราเอล และบางประเทศในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
ในภาพใหญ่ การเชื่อมโยงอิหร่านกับจีนผ่านซินเจียงเกี่ยวข้องกับหลายมิติสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านวัฒนธรรม พลังงาน โลจิสติกส์ ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งสองประเทศอยู่ในที่ตั้งที่เชื่อมต่อกันทางประวัติศาสตร์ โดยวัฒนธรรมเปอร์เซียเคยมีอิทธิพลอย่างสูงในซินเจียงผ่านการค้าเส้นทางสายไหมในอดีต แม้กระทั่งชื่อเมืองและสถานที่หลายแห่งในซินเจียงยังมีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซีย เช่น คำว่า -kand หรือ -stan แม้แต่ดนตรีและศิลปะของอุยกูร์ในส่วนหนึ่งก็ได้รับอิทธิพลจากเปอร์เซีย
ในยุคใหม่ ซินเจียงยังได้รับการประกาศเป็นเขตเสรีทางการค้า (Free Trade Zones) ที่ตามมาด้วยโครงการ “ศูนย์การค้าข้ามพรมแดน” ที่จะยกระดับซินเจียงให้เป็น “เมืองนำร่อง” สำหรับการค้าข้ามพรมแดนในปี 2026 เพื่อรองรับสินค้าจากตะวันออกกลางซึ่งรวมถึงอิหร่าน และโครงการพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับประเทศในเอเซียกลาง และโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor) ที่คืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งซินเจียงจะมีบทบาทสำคัญในโครงการเหล่านี้และเชื่อมโยงกับอิหร่านในระยะยาว
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังต่างให้การยอมรับซึ่งกันและกันในฐานะจุดเชื่อมโยงทางยุทธศาสตร์ทางบก โดยซินเจียงเป็น “ประตูสู่ตะวันตก” ของจีนไปเอเชียกลางก่อนเข้าตะวันออกกลาง ในทางกลับกัน อิหร่านก็เป็นเสมือน “ด่านแรก” สู่ตะวันออกกลาง
ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสองพื้นที่นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของนโยบาย BRI ที่ลดข้อจำกัดเชิงภูมิศาสตร์ที่ทำให้ซินเจียงเป็น “จุดอับ” ทางทะเล และโดยที่อิหร่านตั้งอยู่ห่างจากซินเจียงราว 1,200 กิโลเมตร เป็นคู่ค้าและพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ จึงเป็นเสมือน “ประตูบานแรก” ของจีนในการเชื่อมกับภูมิภาคตะวันออกกลาง
ในด้านพลังงาน ภายใต้ข้อตกลงมูลค่ากว่า 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จีนและอิหร่านมีความร่วมมือที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเส้นทางผ่านซินเจียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการพัฒนาท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่อาจเชื่อมต่อกับโครงข่ายท่อส่งก๊าซในซินเจียง (Central Asia-China Gas Pipeline) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ประเด็นเหล่านี้จึงนับเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 25 ปี (China-Iran 25-Year Cooperation Agreement) และการดำเนินนโยบาย BRI อีกหลายปีในอนาคต ในทางกลับกัน หากอิหร่านพ่ายแพ้ในสงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ ก็จะ “ย้อนศร” ให้จีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งซินเจียงอาจจะสูญเสียโอกาสในหลายด้าน
ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างซินเจียงกับมณฑลอื่น ความมั่นคงด้านพลังงาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคม อาทิ การพัฒนาเป็น “ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์” ที่เชื่อมต่อจีนเข้ากับเอเชียกลาง เอเซียใต้ และตะวันออกกลางและแอฟริกาทางตอนเหนือ (MENA) ในทางบกผ่านอิหร่านได้
ยกตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟ “ITTI Railway Corridor” ที่เชื่อมโยงอิสตันบูล (ตุรกี) - เตหะราน (อิหร่าน) - ทาชเคนต์ (อุซเบกิสถาน) - อิสลามาบัด (ปากีสถาน) ซึ่งคาดว่าจะเชื่อมต่อเข้าสู่ซินเจียงเพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนอยู่ด้วย
นอกจากนี้ จีนยังมองซินเจียงเป็นพื้นที่สำคัญต่อความมั่นคงชายแดนตะวันตกที่ “ทดแทนไม่ได้” เพราะซินเจียงอยู่ติดกับภูมิภาคที่มีความเปราะบาง เช่น อัฟกานิสถาน เป็นเส้นทางหลักของโครงการ BRI และเป็นฐานพลังงานและแหล่งแร่ธรรมชาติของประเทศ ซึ่งรวมถึงแร่หายาก ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานในซินเจียงจึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงของจีน
นี่ยังไม่นับรวมโครงการที่จีนเตรียมเข้าไปลงทุนในอิหร่านอีกมากมาย อาทิ ระบบรถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ และเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานการขนส่งจากซินเจียง
ดังนั้น หากการพ่ายแพ้ของอิหร่านเกิดขึ้นจริง ก็อาจส่งผลกระทบให้การดำเนินนโยบาย BRI ต้องปรับเปลี่ยนทิศทางและแนวทาง ยกตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟตามแนวดังกล่าวที่หวังเป็น “ทางเลือกใหม่” ที่จะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งเมื่อเทียบกับการทางเรือผ่านช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) ก็ต้องมีอัน “เป็นหมัน” ไป
ประการสำคัญ การจัดระเบียบสังคมโลกครั้งใหม่ที่จีนและประเทศพันธมิตรพยายามลดบทบาทและอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเวทีโลก ซึ่งมีอิหร่านเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญ ก็พลอยต้อง “หยุดชะงัก” ลง
กล่าวโดยสรุป การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจับมือกันทำสงครามตะวันออกกลาง จะไม่เพียงเป็นการ “ตีจีนทางอ้อม” แต่จะส่งผลกระทบเชิงลบในวงกว้าง ทั้งทางตรงและทางอ้อม และในระยะสั้นและระยะยาว ...
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
