รีเซต

การนั่งริมหน้าต่าง ช่วยป้องกันความเสี่ยงเบาหวายชนิดที่ 2 ได้

การนั่งริมหน้าต่าง ช่วยป้องกันความเสี่ยงเบาหวายชนิดที่ 2 ได้
TNN ช่อง16
2 มกราคม 2569 ( 11:58 )
12

ผลวิจัยชี้ว่า การนั่งรับแสงแดดข้างหน้าต่างเพียงอย่างเดียว อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ 

ปกติแล้ว เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ทำงานตามนาฬิกาชีวภาพรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแสงแดด นักวิจัยจึงต้องการตรวจสอบว่า การรับแสงธรรมชาติผ่านหน้าต่าง จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้หรือไม่ โดยคัดเลือกอาสาสมัคร 13 คน อายุเฉลี่ยประมาณ 70 ปี

อาสาสมัครทั้งหมดพักอยู่ในห้องที่มีหน้าต่างขนาดใหญ่เป็นเวลา 4 วันครึ่ง ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 17.00 น. ของทุกวัน พวกเขาใช้เวลา 9 ชั่วโมงต่อวันอยู่กับแสงแดดตามธรรมชาติเท่านั้น โดยไม่ใช้แสงไฟจากหลอดไฟ ยังคงรับประทานยารักษาเบาหวานตามปกติ และรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อในปริมาณที่ออกแบบมาเพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ รวมถึงมีเวลานอนและการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ

จากนั้น ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน อาสาสมัครชุดเดิมได้พักอยู่ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง และใช้แสงจากหลอดไฟเพียงอย่างเดียวเป็นเวลา 4 วันครึ่ง โดยการทดลองด้วยแสงไฟนี้เกิดขึ้นหลังการทดลองรับแสงแดดประมาณ 1 เดือน

ผลการวิเคราะห์พบว่า ในช่วงที่ได้รับแสงแดดตามธรรมชาติ ระดับน้ำตาลในเลือดของอาสาสมัครอยู่ในเกณฑ์ปกติเป็นเวลานานถึงร้อยละ 50 ของเวลาทั้งหมด ขณะที่ในช่วงใช้แสงไฟ ระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติเพียงประมาณร้อยละ 43 เท่านั้น

แม้ความแตกต่างจะดูไม่มากนัก แต่ศาสตราจารย์ฮูกส์อธิบายว่า เวลาสะสมที่ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่นอกช่วงปกติ มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เช่น โรคหัวใจ ดังนั้นความแตกต่างนี้จึงมีความหมายทางสุขภาพอย่างชัดเจน

นักวิจัยเชื่อว่า สาเหตุของความแตกต่างมาจากเซลล์รับแสงในดวงตา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมวงจรการเผาผลาญของร่างกาย เซลล์เหล่านี้ตอบสนองต่อแสงที่มีความยาวคลื่นสั้น หรือแสงในโทนสีน้ำเงิน ซึ่งพบมากในแสงแดดตามธรรมชาติ

การได้รับแสงแดดช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพให้ทำงานดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญไขมันและใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ในเวลากลางคืน การหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพดีขึ้น งานวิจัยยังพบด้วยว่า นาฬิกาชีวภาพในเซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้เสถียรกว่าเมื่อได้รับแสงธรรมชาติ

ด้านศาสตราจารย์เกลน เจฟฟรีย์ จากภาควิชาประสาทวิทยาด้านการมองเห็น มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ซึ่งเป็นผู้ประเมินงานวิจัยนี้ กล่าวว่า ผลการศึกษาชิ้นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แสงกลางวันมีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์เพียงใด พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่เพิ่มเติมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง