คพ. เตือนห้ามเผาทุกพื้นที่ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 2 ล้าน คุก 20 ปี

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำมาตรการทางกฎหมายควบคุมการเผาในที่โล่งและพื้นที่ป่า หลังพบจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เกษตรและป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยควบคุมแหล่งกำเนิดในทุกพื้นที่ ทั้งการเผาในป่า พื้นที่เกษตร เขตเมือง การคมนาคม การก่อสร้าง รวมถึงหมอกควันข้ามแดน เพื่อจำกัดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ต่อประชาชน
จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าหลายจังหวัดได้ออกประกาศกำหนดเขตควบคุมและห้ามเผา พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยการเผาในพื้นที่ต่าง ๆ มีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
-เผาในที่ตนเองหรือที่สาธารณะจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น เผาขยะ มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-เผาข้างทางหรือใกล้ถนนในระยะไม่เกิน 500 เมตร จนเป็นอันตรายต่อการจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522
-เผาในพื้นที่เกษตรหรือที่โล่ง เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
-เผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โทษจำคุกตั้งแต่ 4–20 ปี ปรับ 400,000–2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-เผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท และหากเผาเกิน 25 ไร่ โทษเพิ่มเป็นจำคุก 4–20 ปี ปรับ 200,000–2,000,000 บาท
นายสุรินทร์ ระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด ดวงตา และผิวหนัง และหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด จึงขอความร่วมมือประชาชนงดเผาทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศห้ามเผาอย่างเด็ดขาด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
