SABINA รักษาอัตรากำไร งาน OEM ฮอต-คุมต้นทุนดี

#SABINA #ทันหุ้น - SABINA ลั่นเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาการเติบโตของอัตรากำไรสุทธิ ชูลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิต ควบคุมเปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายไม่ให้สูงขึ้น เน้นธุรกิจ OEM เติบโตได้ดีและมีมาร์จิ้นที่สูงกว่าธุรกิจแบรนด์หลักของบริษัท นอกจากนี้ยังได้ขยายตลาดใหม่ๆ เช่น เสื้อหรือชุดชั้นในผู้ชาย ชุดออกกำลังกาย เป็นต้น
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) เนื่องจากมีฐานที่ต่ำ แต่ยังคงเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน (QoQ) ที่ยังสามารถทำกำไรให้เติบโตได้ โดยมีอัตรากำไรสุทธิ อยู่ที่ 13.4% แม้ว่าจะไม่มีแรงหนุนจากมาตรการรัฐเข้ามาเหมือนปีก่อน
แต่ในไตรมาส 2/2569 ยังมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ถึงจะไม่ได้ส่งผลดีโดยตรงต่อสินค้าบริษัท แต่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและเม็ดเงินในตลาดส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ซึ่งเป้าหมายหลักของบริษัท คือ เน้นไปที่การสร้างผลกำไรสุทธิมากกว่าการเร่งยอดขายเพียงอย่างเดียว
โดยบริษัทพยายามรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) เหมือนปีที่ผ่านมาที่ทำไว้ได้ประมาณ 13% ซึ่งบริษัทจะเน้นการลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตและการทำงานในทุกหน่วยงาน โดยพยายามควบคุมเปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายไม่ให้สูงขึ้นตามมูลค่าที่จ่ายจริง
@ธุรกิจ OEM โตแรง
ขณะที่บริษัทยังตัดสินใจไม่ปรับราคาสินค้าขึ้น เนื่องจากมองว่าในปัจจุบันกำลังซื้อยังชะลอตัว และไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภค ดังนั้นเมื่อยอดขายในประเทศยังไม่ดี จึงต้องกระจายฐานลูกค้าออกไปยังต่างประเทศ ผ่านธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีอัตรากำไรที่ดีกว่าธุรกิจแบรนด์หลักของบริษัท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีภาระเรื่องการเก็บสต็อกสินค้า อีกทั้งเนื่องจากเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อและส่งออกได้ทันที ทำให้ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกธุรกิจ OEM ถือว่ามีผลงานที่ดีมาก โดยไตรมาสแรกเติบโตถึง เติบโตเพิ่มขึ้น 52% และมีคำสั่งซื้อจองเต็มล่วงหน้าไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 แล้ว โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้ธุรกิจ OEM ประมาณ 10% และได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยับสัดส่วนให้เพิ่มขึ้นเป็น 12% เพื่อสร้างความสมดุลให้กับธุรกิจ
อย่างไรก็ดียอมรับว่าเริ่มเห็นสัญญาณจากลูกค้าหลักของบริษัทในยุโรปยืนยันออเดอร์ชะลอตัวลง เนื่องจากลูกค้ายังมีความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ถ้าหากสถานการณ์คลี่คลายลง ภาพรวมธุรกิจ OEM จะเติบโตได้ดีขึ้น
@ ลุยออกสินค้าใหม่
นอกจากนี้บริษัทได้พยายามขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มอื่นมากขึ้น โดยในช่วงไตรมาส 4/2568 บริษัทได้เริ่มทำตลาดกลุ่มผู้ชายมากขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ กางเกงชั้นในชาย แต่ยังรวมถึงเสื้อและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ แม้จะเป็นเรื่องใหม่แต่ผลตอบรับที่ได้ยังอยู่ในเชิงบวก โดยยังไม่เร่งรีบในการทำการตลาดมากเพราะป้องกันการสับสนของลูกค้
ขณะเดียวกันในช่วงต้นปี 2569 บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในคอลเล็กชั่น “MOVV” เป็นสินค้าในกลุ่มชุดออกกำลังกายที่ออกแบบมาให้สอดรับกับเทรนด์ "Lifestyle Wear" ซึ่งผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้สวมใส่ชุดออกกำลังกายเฉพาะเวลาไปฟิตเนสหรือไปวิ่งเท่านั้น แต่ยังสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ดังนั้นบริษัทมีแผนจะเปิดตัวคอลเล็กชันที่ 2 ในช่วงปลายเดือนนี้
อย่างไรก็ดีหากกลุ่มสินค้าใหม่มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะมองถึงโอกาสที่จะแยกสินค้าออกมาเป็นไลน์สินค้าเฉพาะทาง หรือเป็นแบรนด์อีกระดับหนึ่งอย่างชัดเจน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
