SIRI มั่นใจงบไตรมาส 2 โต คอนโดมิเนียมจ่อโอนอื้อ

#SIRI #ทันหุ้น - SIRI คาดผลงานไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโต QoQ จากการรับรู้รายได้ยอดโอน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เริ่มสร้างเสร็จ โชว์จุดเด่นแบรนด์-ฐานะการเงินแข็งแกร่ง จึงมั่นใจว่าผลงานปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมหวังว่ารัฐบาล-แบงก์ชาติจะมีมาตรการเข้ามาช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเพิ่ม
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 1/2569 เล็กน้อย แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากสงครามในอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการรับรู้รายได้ยอดโอน ซึ่งมีโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการที่ก่อสร้างเสร็จและถึงกำหนดเวลาที่ต้องเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า
*คอนโดฮอต
โดยยอดขายคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในระดับที่สูง โดยเฉพาะในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต และพัทยา ซึ่งได้รับอานิสงส์อย่างมากจากกำลังซื้อของชาวต่างชาติ อีกทั้งในไตรมาส 2/2569 ทาง SIRI ยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานเดิมที่วางไว้ มีแผนจะทยอยเปิดโครงการใหม่รวมเกือบ 10 โครงการ ครอบคลุมทั้งโครงการประเภทบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
ทั้งนี้ภาพทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นลักษณะการประคองตัว เนื่องจากปัจจุบันยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนที่จะเข้ามากระตุ้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตตามหลังภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจในระดับประเทศยังไม่เติบโต อสังหาริมทรัพย์จะยากที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดด
นายอุทัย กล่าวว่า SIRI มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและ Branding ที่น่าเชื่อถือ จึงมั่นใจว่าจะสามารถประคองตัวให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) รวมมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ได้ถึง 50% และจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ดังนั้นบริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ไว้ตามหมายเดิม โดยมีเป้ายอดขาย (Presales) ที่ 48,000 ล้านบาท และมีเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ 39,000 ล้านบาท
*หวังมาตรการรัฐ-ธปท.ดัน
อย่างไรก็ดีในส่วนของต้นทุนวัสดุที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น บริษัทมีการบริหารจัดการโดยการล็อกราคาสินค้าและวัสดุก่อสร้าง ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนขยับขึ้นอย่างช้าๆ แต่ในระยะยาวบริษัทมีความจำเป็นต้องปรับราคาโครงการใหม่ขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องเผชิญเหมือนกัน
นอกจากนี้หวังให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ทั้งมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% หลังจากธปท.ขยายเวลาผ่อนคลาย.เกณฑ์การกำหนดเพดานอัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV) แล้ว
อีกทั้งยังหวังว่าธปท.จะเข้ามาดูแลมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อ เพราะปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่ไม่สามารถเข้าถึงหรือได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ เนื่องจากสถาบันการเงินมีความกังวลในการปล่อยกู้ ทำให้ส่งผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะกับกลุ่มที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงง่าย ดังนั้นรัฐบาลหรือธปท.จึงควรเข้ามาช่วยหาวิธีกระตุ้นเพื่อให้คนในระดับรากหญ้าหรือกลุ่มที่ต้องการบ้านราคาประหยัดสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
