‘กานา’ ชูบทเรียนฟื้นเศรษฐกิจเปิดทางทุนเอเชียลงทุนแอฟริกาตะวันตก

#GHANA #ทันหุ้น - ผู้ว่าการธนาคารกลางกานาชี้แอฟริกาตะวันตกมีโอกาสดึงดูดเงินทุนจากเอเชีย หากยกระดับความเชื่อมั่น ลดความเสี่ยงการลงทุน และสร้างความชัดเจนด้านนโยบาย ถอดบทเรียนกานาฟื้นเสถียรภาพเศรษฐกิจ ลดเงินเฟ้อเหลือประมาณ 5% พร้อมเปิดโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร การผลิต พลังงาน โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) โดยใช้เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) เป็นกลไกขยายตลาดระดับภูมิภาค
ดร. จอห์นสัน แพนดิต อาเซียมา ผู้ว่าการธนาคารกลางกานา (Bank of Ghana) เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ ว่า โจทย์สำคัญของแอฟริกาตะวันตกไม่ใช่การขาดแคลนเงินทุนหรือโอกาสลงทุน แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุน แม้เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการดึงดูดเงินทุนระยะยาวจากเอเชีย นักลงทุนยังต้องการความแน่นอนของนโยบาย สถาบันที่น่าเชื่อถือ และโครงการที่มีความพร้อมด้านการเงินและการดำเนินงาน
@ความเสี่ยงที่รอก้าวข้าม
ปัจจัยที่ทำให้เงินทุนจากเอเชียยังเข้าสู่ภูมิภาคได้ไม่เต็มศักยภาพ ได้แก่ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและระบบการเงิน ความไม่แน่นอนของนโยบายและกฎระเบียบ ความท้าทายในการบังคับใช้สัญญา ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนความยากลำบากในการบริหารความเสี่ยงและถอนการลงทุน
อีกประเด็นสำคัญคือการเตรียมความพร้อมของโครงการลงทุน (Project Preparation) เนื่องจากความต้องการพัฒนาประเทศไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ทันที โครงการต้องมีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ มีผลการศึกษาความเป็นไปได้ที่น่าเชื่อถือ มีโครงสร้างเงินทุนเหมาะสม และกำหนดวิธีแบ่งปันความเสี่ยงอย่างโปร่งใส
นอกจากนี้ นักลงทุนควรพิจารณาความแตกต่างของแต่ละประเทศในแอฟริกาตะวันตก แทนการประเมินทั้งภูมิภาคเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งหมด เพราะแต่ละประเทศมีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและการลงทุนแตกต่างกัน
@กรณีกานาฟื้นเสถียรภาพ-ลดเงินเฟ้อ
สำหรับกานา ซึ่งเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใต้โครงการสนับสนุนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ผ่านกลไกสินเชื่อเพื่อการขยายวงเงิน (Extended Credit Facility: ECF) ระยะเวลา 3 ปี วงเงิน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลการฟื้นฟูตามข้อมูลที่นำเสนอสะท้อนผ่าน อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเหลือประมาณ 5% ทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ภาระหนี้สาธารณะกลับเข้าสู่แนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น โดย IMF ประเมินความเสี่ยงด้านหนี้สินของกานาอยู่ในระดับปานกลาง (Moderate Risk of Debt Distress) ส่วน Moody's ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลกานา (Sovereign Credit Rating) สะท้อนพัฒนาการด้านความเชื่อมั่นทางการเงินของประเทศ
บทเรียนสำคัญคือ ความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคเพิ่มการรับรู้ความเสี่ยงและต้นทุนทางการเงิน พร้อมจำกัดการลงทุนระยะยาว ในทางกลับกัน เสถียรภาพด้านราคา วินัยการคลัง และสถาบันที่น่าเชื่อถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสนับสนุนการลงทุนและการขยายตัวของภาคเอกชน
ธนาคารกลางจึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาและระบบการเงิน พัฒนาระบบชำระเงินให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศอย่างโปร่งใส และสนับสนุนนวัตกรรมการชำระเงินข้ามพรมแดนภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม
@ชู 4 กลไกเพิ่มโอกาสลงทุนระยะยาว
การเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นเงินลงทุนจริงต้องอาศัยกลไกสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
- แบ่งปันความเสี่ยง ระหว่างสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา องค์กรสินเชื่อเพื่อการส่งออก ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระความเสี่ยงของนักลงทุน
- ยกระดับคุณภาพโครงการ ให้มีความพร้อมด้านการศึกษา ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และโครงสร้างการลงทุนที่ชัดเจน
- พัฒนาโครงสร้างเงินทุนระยะยาว พร้อมส่งเสริมการระดมทุนด้วยสกุลเงินท้องถิ่น เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่สอดคล้องระหว่างสกุลเงินของรายได้และหนี้สิน (Currency Mismatch)
- สร้างหุ้นส่วนทางธุรกิจระยะยาว โดยผสานเงินทุนและความเชี่ยวชาญจากเอเชียเข้ากับความรู้และเครือข่ายในตลาดแอฟริกา
ขณะเดียวกัน ควรเร่งดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ การกำหนดสาขาเศรษฐกิจและโครงการเป้าหมายที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ การจัดเวทีเจรจาระหว่างผู้พัฒนาโครงการกับนักลงทุน การขยายความร่วมมือด้านสินเชื่อการค้า และการจัดตั้งกลไกติดตามความคืบหน้าที่มีเป้าหมายและกรอบเวลาชัดเจน โดยมีสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคทำหน้าที่ประสานงาน
@เปิดโอกาสลงทุนเกษตร พลังงาน และดิจิทัล
สำหรับโอกาสลงทุนในกานาและแอฟริกาตะวันตก ครอบคลุมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ภาคการผลิต พลังงาน การขนส่งและโลจิสติกส์ บริการดิจิทัล และเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งสามารถสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและสร้างงานในระยะยาว
นอกจากนี้เชื่อว่า AfCFTA ยังเป็นกลไกสำคัญในการขยายการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาค ผ่านการอำนวยความสะดวกทางการค้า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ระบบชำระเงิน และกลไกระงับข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น โอกาสลงทุนในแอฟริกาตะวันตกจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปล่อยสินเชื่อให้โครงการรายแห่ง แต่ยังครอบคลุมการสร้างฐานการผลิต การเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
