เปิดที่มางานใหญ่ระดับโลก! “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ผู้จุดประกายไทยชิงเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026

#ทันหุ้น เปิดที่มางานใหญ่ระดับโลก! “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ผู้จุดประกายไทยชิงเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 ย้อนรอยเส้นทางชัยชนะเหนือ 4 คู่แข่ง ชูความพร้อมระดมต้อนรับ 191 ประเทศ
ย้อนรอยเบื้องหลังการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank 2026 อีกหนึ่งเวทีการเงินสำคัญระดับโลกที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกเมื่อปี 2534 โดยมี “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ริเริ่มผลักดันให้ไทยเข้าชิงสิทธิ์เจ้าภาพ สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดันประเทศไทยสู่เวทีเศรษฐกิจและการเงินนานาชาติ
ฝ่าฟัน 5 ประเทศด่านหินและการสำรวจภาคสนาม
นายอาคมกล่าวว่า ในขั้นตอนการคัดเลือกเจ้าภาพจัดประชุม ได้มีการคัดเลือกประเทศจนเหลือแคนดิเดตในรอบสุดท้ายทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกรีซ จากนั้นคณะทำงานคัดเลือกได้ลงพื้นที่สำรวจภาคสนามจริงในแต่ละประเทศ เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและความพร้อมในทุกมิติอย่างละเอียด
เจาะ 4 ปัจจัยความพร้อม จุดเปลี่ยนศักยภาพกรุงเทพฯ
จากการลงพื้นที่สำรวจภาคสนาม คณะกรรมการได้ประเมินและยอมรับความพร้อมของประเทศไทยใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานหลักได้รับการปรับปรุงและขยายพื้นที่จนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า มีห้องประชุมย่อยรองรับได้ถึง 22 ห้อง พร้อมห้องประชุมใหญ่สำหรับพิธีเปิดที่รองรับผู้เข้าร่วมได้ 2,500 ถึง 3,000 คน ซึ่งเพียงพอต่อการจัดกิจกรรมจำนวนมากของการประชุมระดับโลก
2.ระบบการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยประเทศไทยมีการยกระดับระบบเดินทางอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีตที่เคยใช้เพียงสนามบินดอนเมืองซึ่งมีความแออัด และระบบรถไฟฟ้า BTS ที่เริ่มเดินรถมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ขณะที่ปัจจุบันมีความพร้อมด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีกหลากหลายเส้นทาง
3.ศักยภาพด้านที่พัก ซึ่งไทยมีโรงแรมและที่พักในกรุงเทพฯ มีความพร้อมสมบูรณ์แบบในการรองรับคณะผู้แทนจากทั่วโลก
4.การนำเสนอวาระและวิสัยทัศน์ (Agenda) นำโดยกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้เตรียมวาระเพื่อนำเสนอผลงานของไทย ประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาคมโลก รวมถึงการแลกเปลี่ยนและเสนอประเด็นเชิงนโยบายให้ที่ประชุมนำไปขับเคลื่อนต่อไป
ล็อบบี้ Spring Meeting สู่ชัยชนะในกระดานโหวต
เขากล่าวว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นการสำรวจภาคสนาม คณะทำงานได้นำผลวิเคราะห์ของทั้ง 5 ประเทศ เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) เพื่อพิจารณา โดยการขอเสียงสนับสนุนจะแบ่งตามกลุ่มประเทศ ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เบื้องหลังกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปร่วมการประชุม Spring Meeting ณ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยตัวแทนของไทยได้มีโอกาสเข้าพบและหารือกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโลก (World Bank) หลายท่าน เพื่อยืนยันความพร้อมและขอเสียงสนับสนุน จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนเสียง (Vote) ซึ่งผลปรากฏว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะเหนือประเทศแคนดิเดตทั้งหมดและได้รับการประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566
พลังความร่วมมือเบื้องหลัง และการต้อนรับ 191 ประเทศสมาชิก
ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดจากการผนึกกำลังทำงานอย่างหนักของหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน. หรือ TCEB), ทีมงานกระทรวงการคลัง และสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นในประสบการณ์และความศักยภาพของประเทศ
การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank 2026 เป็นการเปิดบ้านต้อนรับผู้แทนและแขกจาก 191 ประเทศสมาชิก ซึ่งจะได้กลับมาสัมผัสความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของกรุงเทพมหานครอีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นไป 35 ปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
