รีเซต

"สหรัฐฯ" ถล่มเรือน้ำมันดิบอิหร่านโต้กลับยิงขีปนาวุธ-ยึดโดรน

"สหรัฐฯ" ถล่มเรือน้ำมันดิบอิหร่านโต้กลับยิงขีปนาวุธ-ยึดโดรน
TNN ช่อง16
9 กันยายน 2569 ( 16:37 )
7

ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นอีกระดับ หลังหน่วยนาวีของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี ประกาศว่า สามารถยึดยานใต้น้ำไร้คนขับของสหรัฐฯ ได้บริเวณทางเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของโดรนใต้น้ำในการปฏิบัติการทางทหารยุคใหม่

สื่อรัฐบาลอิหร่านระบุว่า อุปกรณ์ที่ยึดได้คือ Dive-LD ยานใต้น้ำอัตโนมัติขนาดใหญ่ ที่รองรับภารกิจค้นหาและรับมือทุ่นระเบิด ทำแผนที่ก้นทะเล รวบรวมข่าวกรอง รวมถึงตรวจสอบสายเคเบิลและท่อส่งพลังงานใต้น้ำ โดยมีรายงานว่า ราคาต่อลำอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 80 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชี้แจงว่า โดรนดังกล่าวเป็นอุปกรณ์รุ่นเก่าที่เกิดขัดข้อง ระหว่างสำรวจน่านน้ำในภูมิภาค และไม่ได้รวบรวมข้อมูลอ่อนไหว รวมถึงไม่มีโซนาร์หรือเรดาร์ที่เป็นความลับติดตั้งอยู่

ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบคำกล่าวอ้างของอิหร่าน และเพนตากอนยังไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่า อุปกรณ์ที่ถูกยึดเป็น Dive-LD จริงหรือไม่

ในเวลาเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือขนส่งน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำ เมื่อวันที่ 8 กันยายน หลังไออาร์จีซีพยายามยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ หลายครั้งในช่วงสองวันก่อนหน้า โดยการโจมตีเรือน้ำมันถือเป็นการยกระดับจากการเผชิญหน้าด้านเทคโนโลยีทางทหาร ไปสู่การกดดันแหล่งรายได้สำคัญของอิหร่านโดยตรง 

เหตุการณ์ล่าสุดจึงมีความหมายมากกว่าการแย่งชิงโดรนหนึ่งลำ เพราะกำลังเปิดแนวรบพร้อมกันทั้งด้านข่าวกรอง เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และพลังงาน

ขณะที่ ราคาน้ำมันโลกตอบรับความตึงเครียดทันที โดยวันที่ 8 กันยายน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ 99.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม หรือราว 6 สัปดาห์ ก่อนปิดตลาดที่ 99.33 ดอลลาร์ ส่วนเวสต์เทกซัส ปิดที่ 94.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดกำลังบวกราคาความเสี่ยงจากการโจมตีเรือน้ำมันและความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งในตะวันออกกลาง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง