รีเซต

ทรัมป์ยกทัพ CEO สายเทค ปะทะ “สี จิ้นผิง” คุยสะเทือนโลก !!

ทรัมป์ยกทัพ CEO สายเทค ปะทะ “สี จิ้นผิง” คุยสะเทือนโลก !!
TNN ช่อง16
14 พฤษภาคม 2569 ( 17:07 )

การไปเยือนประเทศจีนในครั้งนี้ของโดนัลด์ทรัมป์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 11 - 13 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยได้มีการจัดประชุมระดับผู้นำระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กรุงปักกิ่ง สื่อระดับโลกอย่าง Reuters, AP, CBS News และ The Guardian รายงานตรงกันว่า การเยือนครั้งนี้ถูกวางให้เป็น “Economic and Technology Summit” มากกว่าการทูตแบบดั้งเดิม เพราะมีผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและการเงินเข้าร่วมจำนวนมากเกินจนผิดปกติ

ซีอีโอที่ยกทัพไปกับทรัมป์ประกอบไปด้วย

  • Elon Musk จาก Tesla และ SpaceX

  • Tim Cook จาก Apple

  • Cristiano Amon (คริสเตียโน อามอน) จาก Qualcomm (ควอลคอมม์)

  • Sanjay Mehrotra (ซันเจย์ เมห์โรตรา) จาก Micron Technology

  • Chuck Robbins (ชัค ร็อบบินส์) จาก Cisco

  • Jensen Huang จาก Nvidia

นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจาก Meta, BlackRock และสถาบันการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมในงานนี้ 

 AI และสงครามชิป

ประเด็นแรก AI และสงครามชิป คือหัวข้อสำคัญที่สุด ที่ถูกยกมาคุยในการประชุมนี้ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ จำกัดการส่งออก GPU และชิป AI ขั้นสูงไปยังจีน เพื่อชะลอการพัฒนา AI ของจีน ขณะที่จีนเองก็เร่งสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีของอเมริกา

บริษัทอย่าง Nvidia, Qualcomm และ  จึงมีบทบาทสำคัญ เพราะชิปของพวกเขาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง Generative AI, Cloud AI หรือ Supercomputer

หนึ่งในเป้าหมายของการเจรจาครั้งนี้ คือการหาจุดสมดุลระหว่าง “ความมั่นคงแห่งชาติ” กับ “ผลประโยชน์ทางธุรกิจ” เนื่องจากจีนยังคงเป็นตลาดขนาดมหาศาลสำหรับบริษัทอเมริกาอยู่ในปัจจุบัน

Nvidia และประเด็น GPU AI

เรื่องที่สอง Nvidia และประเด็น GPU AI ทาง Jensen Huang ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษในประเด็นนี้ เพราะ Nvidia ถือครองตลาด GPU AI ระดับโลกไว้เกือบทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้จำกัดการขายชิป AI รุ่นขั้นสูงให้จีน ส่งผลให้ Nvidia ต้องออกแบบชิปรุ่นลดประสิทธิภาพสำหรับตลาดจีนออกมาโดยเฉพาะ

การที่ Jensen Huang ในการประชุมนี้จึงถูกตีความว่า สหรัฐฯ อาจกำลังหาทางผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วน หรือกำลังสร้างกรอบควบคุม AI ใหม่ร่วมกับจีน รวมถึงเปิดทางให้บริษัทอเมริกา ยังสามารถทำธุรกิจในจีนได้โดยไม่กระทบยุทธศาสตร์ความมั่นคง

Apple และอนาคตของ Supply Chain โลก

เรื่องที่สาม Apple และอนาคตของ Supply Chain โลก ประเด็นนี้ Tim Cook มีบทบาทสำคัญ เพราะจีนยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตของ Apple แม้บริษัทจะเริ่มย้ายกำลังการผลิตบางส่วนไปอินเดียและเวียดนามแล้วก็ตาม

ประเด็นที่ถูกพูดถึงประกอบไปด้วย ภาษีนำเข้า ความมั่นคงของ Supply Chain การผลิต iPhone รุ่น AI และความเสี่ยงจากการแบ่งขั้วทางเทคโนโลยี หลายฝ่ายมองว่า Apple เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของบริษัทที่ “ต้องพึ่งทั้งสหรัฐฯ และจีนพร้อมกัน” เพราะ: เทคโนโลยีหลักมาจากสหรัฐฯ ฐานการผลิตขนาดใหญ่ยังอยู่ในจีน ตลาดผู้บริโภคจีนจึงยังมีความสำคัญสูงมาก

Tesla, รถยนต์ไฟฟ้า และ Full Self-Driving

ประเด็นนี้ตัวหลักคือ Elon Musk เพราะจีนคือหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Tesla จากรายงานระบุว่า Tesla ต้องการขยายระบบ Full Self-Driving ในจีน ต้องการเข้าถึงข้อมูลสำหรับ AI Driving ต้องการเพิ่มความร่วมมือด้าน EV Infrastructure และต้องการผลักดันธุรกิจแบตเตอรี่และพลังงาน

จีนถือเป็นตลาดสำคัญมากสำหรับการพัฒนา AI Driving เพราะมีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่และข้อมูลการขับขี่มหาศาล ซึ่งจำเป็นต่อการฝึกระบบ Autonomous Driving

AI Regulation และการควบคุมโมเดล AI

มีรายงานว่าฝั่งสหรัฐฯ เริ่มหารือเกี่ยวกับ การตรวจสอบโมเดล AI ก่อนเปิดใช้งาน มาตรฐานความปลอดภัยของ AI การป้องกัน AI ทางทหาร การควบคุม Deepfake และ AI ที่มีความเสี่ยงสูง สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิดบางส่วนเริ่มคล้ายกับแนวทางของจีนที่ใช้ระบบอนุมัติ AI ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้งาน นี่ทำให้หลายฝ่ายมองว่า แม้สหรัฐฯ และจีนจะแข่งขันกันอย่างหนัก แต่ทั้งสองประเทศอาจกำลังเข้าสู่ยุค “AI Governance” ที่ต้องร่วมกันสร้างกติกาสากล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง