รีเซต

SCB EICหั่นจีดีพีเหลือ1.4% วิกฤติน้ำมัน-ดันเงินเฟ้อขึ้น

SCB EICหั่นจีดีพีเหลือ1.4% วิกฤติน้ำมัน-ดันเงินเฟ้อขึ้น
ทันหุ้น
27 มีนาคม 2569 ( 08:00 )
1

#SCB EIC #ทันหุ้น - SCB EIC หั่น “จีดีพี” ปีนี้เหลือ เหลือ 1.4% จากเดิม 1.8% จากผลกระทบราคาพลังงานสูง ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น หวั่นเกิด  Stagflation  เปิด 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อเกิน 4 เดือน น้ำมันเบรนท์ เฉลี่ยทั้งปีนี้อาจสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  คาด GDP ติดลบ 0.5-1%

ดร. ยรรยง ไทยเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูง จากการเร่งตัวของราคาพลังงาน เนื่องจากไทยเป็นประเทศเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสุทธิในสัดส่วนสูงถึงราว 8% ของ GDP และมีสัดส่วนสินค้าพลังงานในเงินเฟ้อสูงราว 12-13% ตลอดจนมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่ำ ทำให้ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานมากกว่าประเทศอื่น

*หวั่นเกิด Stagflation

สำหรับผลกระทบของสงครามจะทำให้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับ Stagflation จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น รวมทั้งอาจสร้างความเปราะบางต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ผ่านการขาดดุลใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย และขาดดุลการคลังมากขึ้น

ในส่วนของนโยบายภาครัฐ ได้ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมัน ทุกชนิดเป็น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนจากการอุดหนุนราคาน้ำมันขายปลีกแบบหน้ากระดานมาเป็นการบริหารจัดการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ราคากระชากสูงขึ้นจนเกินไปในทันที โดยการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ทำให้ค่าแรงที่แท้จริงติดลบ จากกำลังซื้อของประชาชนลดลงเพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้คงที่ โดยหากปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริงโดยไม่มีการชดเชย ราคาอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 60 บาทต่อลิตรหรือมากกว่านั้น

*กองทุนน้ำมันติดลบ 4 หมื่นลบ.

โดยสถานะของกองทุนน้ำมันในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤติโดยมียอดติดลบเกือบ 40,000 ล้านบาท ซึ่งเริ่มติดข้อจำกัดด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาไว้ได้ในระดับเดิมและต้องทยอยปรับขึ้นราคา หากรัฐบาลยังฝืนใช้เงินสำรองเพื่อตรึงราคาต่อไปจนหมด อาจทำให้เกิดภาวะช็อกทางเศรษฐกิจที่รุนแรงดังนั้นทิศทางนโยบายจึงต้องมุ่งเน้นไปที่การลดการชดเชยและเปลี่ยนมาเป็นการสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มเปราะบาง เกษตรกร ภาคขนส่ง และสาธารณะ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ดร. ยรรยง  กล่าวว่า SCB EIC ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.4% จากเดิม 1.8% เนื่องจาก ผลกระทบของราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปไทยเฉลี่ยทั้งปีจะเร่งตัวขึ้นมากเกินกรอบเป้าหมายของ ธปท. อยู่ที่ 3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ใกล้ 0% โดยเงินเฟ้อจะเริ่มสูงขึ้นจากหมวดพลังงานและโลจิสติกส์ ก่อนกระจายไปสู่สินค้าที่วัตถุดิบการผลิตขาดแคลนไม่พอใช้ บรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป  ทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง 

*เปิด 3 ฉากทัศน์

ทั้งนี้ได้ประเมิน 3 ฉากทัศน์ของวิกฤติตะวันออกกลาง ได้แก่ 1. กรณีฐาน (Base) ความขัดแย้งจะจบลงภายใน 2 เดือนราคาน้ำมัน Brent ทั้งปี 2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ให้โอกาสเกิด 50% ส่งผลให้ GDP โต 1.4% 2. กรณีเลวร้าย (Adverse) ยืดเยื้อ 4 เดือน และมีการทำลายแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ ราคาน้ำมัน Brent ปี 2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ให้โอกาสเกิด 40% ส่งผลให้ GDP โต 0.8-1.1% และ 3.กรณีรุนแรง (severe) ยืดเยื้อเกิน 4 เดือน ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยทั้งปีนี้อาจสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ให้โอกาสเกิด 10% ส่งผลให้ GDP ติดลบ 0.5-1%

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง