รีเซต

IROYAL ติด Top10 บริษัทกำไรสูงสุด รายได้โตไม่ต่ำ 25%

IROYAL ติด Top10 บริษัทกำไรสูงสุด รายได้โตไม่ต่ำ 25%
ทันหุ้น
27 มีนาคม 2569 ( 01:15 )
2

นายภณภัทร  เมฆาสุวรรณดำรง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL ผู้นำด้านวิศวกรรมพลังงานและเทคโนโลยีอัจฉริยะ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทงวดปี 2568 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้ 486 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 155% และมีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เติบโต 129% ซึ่งอัตรากำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง คิดเป็นอันดับ 9 ของบริษัททำกำไรสูงสุดใน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 216 แห่ง

โดย ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานว่าบริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 216 บริษัท ส่งผลการดำเนินงาน งวดปี 2568 เปรียบเทียบปี 2567 บริษัทจดทะเบียน มียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7% มีกำไรสุทธิรวม 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทจดทะเบียนโดยรวมจะสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น

“แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในปีที่ผ่านมาจะเผชิญปัญหาท้าทาย ทั้งปัญหาสงครามการค้าจากนโยบายภาษีสหรัฐ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตได้ดี มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ในอันดับ 9 จากจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ส่งงบการเงินงวดปี 2568 จำนวน 216 บริษัท สะท้อนศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่ง และกำลังมาแรง โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูงหรือ Defense Tech เพื่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงอยู่อันดับที่14” นายภณภัทร กล่าว

นายภณภัทร กล่าวอีกว่า ในปี 2569 บริษัทมุ่งขยายธุรกิจ Oil and Gas และ เทคโนโลยีป้องกัน ประเทศขั้นสูง  ซึ่งธุรกิจ Oil and Gas ส่วนมากเป็นรายได้ระยะยาว 3-5 ปี (Recurring)  ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง บริษัทให้บริการระบบป้องกันอากาศยานไร้คนขับ หรือ  Anti-Drone  นอกจากนี้ ยังมีระบบ Drone Monitoring เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยเฉพาะการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการปฏิบัติงานของลูกค้า ได้อย่างมีนัยสําคัญ

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) มีมูลค่า 611 ล้านบาท และปีนี้เตรียมที่จะประมูลงาน รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้า ประมาณ 200 ล้านบาท  กลุ่มธุรกิจ Oil and Gas มูลค่า 600 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจสื่อสาร โซลูชันอัจฉริยะและเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง (Intelligent System and Defense Tech Solution) มูลค่างาน 1,200 ล้านบาท และกลุ่มสาธารณูปโภค และพลังงานทดแทน มูลค่า 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีความคาดหวังว่าจะได้งานประมูลเข้ามาเติม Backlog ประมาณ 1,000 ล้านบาท ทำให้มีความมั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20-25%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง