MTC มองบวกเสถียรภาพรัฐ เชื่อมาตรการรองรับสงคราม

#MTC #ทันหุ้น - MTC มั่นใจคนไทยปรับตัวเน้นใช้เงินเท่าที่จำเป็น เชื่อแม้เศรษฐกิจจะมีแรงกดดันจากสถานการณ์ภายนอก ราคาน้ำมันพุ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนเกษตรกร แต่รัฐบาลที่มีเสถียรภาพจะสามารถประคอง - กระตุ้นเศรษฐกิจได้ คงเป้าโตสินเชื่อ 10–15% ควบคุมคุณภาพ NPL พร้อมบริหารต้นทุนทางการเงิน ด้านนักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” เป้า 52 บาท
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า บริษัทติดตามผลกระทบจากสงครามสะท้อนผ่านต้นทุนพลังงานต่อภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยประเมินไว้เป็น 2 แนวทาง (Scenario) คือ 1.กรณีที่สถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว แต่หาก 2.สถานการณ์ยืดเยื้อ ส่งผลต่อภาพเศรษฐกิจโลก เชื่อว่าเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล จะช่วยลดความเสี่ยงด้าน Policy Disruption ที่ภาคธุรกิจเคยเผชิญในอดีต ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญ
“แม้โลกมีความไม่แน่นอน MTC ยังคงมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย แยกการบริหารจัดการภายในออกจากปัจจัยภายนอก พร้อมปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์หากความขัดแย้งส่งผลรุนแรงในระยะยาว เพราะในความเป็นจริงถ้าประชาชนยังมั่นใจว่าจะมีงานทำ มีรายได้ก็จะกล้าจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นหากรัฐบาลยังอยู่ได้ 2-3 ปีทั้งยังมีรัฐมนตรีจากภาคเอกชนเข้าไปมีบทบาทในระดับบริหารนโยบายเศรษฐกิจ ทำให้นโยบายถูกนำไปใช้จริงอย่างเต็มที่”
ทั้งนี้ บริษัท ยังมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) ภาพรวมยังมีแนวโน้มเติบโต โดยในงวดไตรมาส 1/2569 ได้แรงส่งจากผลการเลือกตั้ง และความมั่นใจว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มฟื้นตัว ส่วนในงวดไตรมาส 2/2569 เป็นไตรมาสที่มีความต้องการสินเชื่อจากความจำเป็น อาทิ การเปิดภาคการศึกษา การเข้าส่ฤดูเพาะปลูก ฯลฯ แม้มีแรงกดดันจากสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อ่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
“สถานการณ์เศรษฐกิจตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ปรับพฤติกรรมการกู้ยืมอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้าเน้นการกู้เพื่อความจำเป็น (Productivity) ลูกค้าเลือกใช้เงินกับสิ่งที่สร้างผลผลิตจริง และปรับตัวตามต้นทุนสูงขึ้น เช่น ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น”
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงกลยุทธ์การเติบโตอย่างระมัดระวัง (Conservative Growth) ตั้งเป้าการขยายพอร์ตสินเชื่อทั้งปี 2569 ในกรอบ 10–15% YoY โดยยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการใช้เกณฑ์ LTV ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกค้ารายบุคคล
โดยบริษัทยังคงเป้ารักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมไม่เกิน 3% และบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงทั่วโลกจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารจัดการต้นทุนอัตราดอกเบี้ยจ่ายของบริษัท ในการพิจารณาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายทั้งการออกหุ้นกู้, การกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
“แม้รัฐบาลจะมีเสถียรภาพทางการเมือง และมีความกล้าที่จะดำเนินนโยบายเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Policy) แต่ก็ต้องติดตามปัจจัยแวดล้อมที่จะเข้ามาสร้างแรงเสียดทานระหว่างทาง MTC จะยังคงยึดหลักความรอบคอบและวินัยทางการเงินเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ใช้โอกาสจากการฟื้นตัว แต่ไม่ละเลยการบริหารความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่านของนโยบายเศรษฐกิจ”
แนะ “ซื้อ” เป้า 52 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ MTC มีศักยภาพในการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ โดยเน้นขยายพอร์ตสินเชื่อมีหลักประกันโดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนมากขึ้น พร้อมลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกันลง แม้ว่าจะยังคงนโยบาย LTV เท่ากับปี 2568 ที่ผ่านมาแต่จะเน้นการมูลค่าต่อรายการไม่สูงเพื่อควบคุมความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย ขณะเดียวกันต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มปรับลดลงหนุน NIM ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 13.9% จาก 13.7% ในปี 2568 เบื้องต้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 52 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
