รีเซต

MTC มองบวกเสถียรภาพรัฐ เชื่อมาตรการรองรับสงคราม

MTC มองบวกเสถียรภาพรัฐ เชื่อมาตรการรองรับสงคราม
ทันหุ้น
27 มีนาคม 2569 ( 02:45 )
3

นายปริทัศน์  เพชรอำไพ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC  เปิดเผยว่า บริษัทติดตามผลกระทบจากสงครามสะท้อนผ่านต้นทุนพลังงานต่อภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยประเมินไว้เป็น 2 แนวทาง (Scenario) คือ 1.กรณีที่สถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ  เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว   แต่หาก 2.สถานการณ์ยืดเยื้อ ส่งผลต่อภาพเศรษฐกิจโลก เชื่อว่าเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล จะช่วยลดความเสี่ยงด้าน Policy Disruption ที่ภาคธุรกิจเคยเผชิญในอดีต ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญ 

ทั้งนี้ บริษัท ยังมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) ภาพรวมยังมีแนวโน้มเติบโต โดยในงวดไตรมาส 1/2569 ได้แรงส่งจากผลการเลือกตั้ง และความมั่นใจว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มฟื้นตัว  ส่วนในงวดไตรมาส 2/2569 เป็นไตรมาสที่มีความต้องการสินเชื่อจากความจำเป็น อาทิ การเปิดภาคการศึกษา  การเข้าส่ฤดูเพาะปลูก ฯลฯ แม้มีแรงกดดันจากสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อ่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงกลยุทธ์การเติบโตอย่างระมัดระวัง (Conservative Growth) ตั้งเป้าการขยายพอร์ตสินเชื่อทั้งปี 2569 ในกรอบ 10–15% YoY โดยยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการใช้เกณฑ์ LTV ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกค้ารายบุคคล

โดยบริษัทยังคงเป้ารักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมไม่เกิน 3% และบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงทั่วโลกจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารจัดการต้นทุนอัตราดอกเบี้ยจ่ายของบริษัท ในการพิจารณาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายทั้งการออกหุ้นกู้, การกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ MTC มีศักยภาพในการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ โดยเน้นขยายพอร์ตสินเชื่อมีหลักประกันโดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนมากขึ้น พร้อมลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกันลง แม้ว่าจะยังคงนโยบาย LTV เท่ากับปี 2568 ที่ผ่านมาแต่จะเน้นการมูลค่าต่อรายการไม่สูงเพื่อควบคุมความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย  ขณะเดียวกันต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มปรับลดลงหนุน NIM ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 13.9% จาก 13.7% ในปี 2568  เบื้องต้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 52 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง