น้ำมันเป็นตัวบอกทิศ ตลาดยังไม่เชื่อสันติภาพเต็มที่

#ทันหุ้น - ดัชนี Dow Jones ปิดบวก 0.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในช่วงต้นของการซื้อขาย หลังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอจากสหรัฐ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงมีความผันผวนสูง เนื่องจากข้อมูลข่าวสารจากทั้งสองฝ่ายมีความไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้แรงบวกของตลาดถูกจำกัด ขณะที่ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเพิ่มเติม นักลงทุนจึงให้น้ำหนักกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก ส่งผลให้การฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีลักษณะขึ้นไม่สุดและยังเปราะบางต่อข่าวลบในช่วงเช้าวันนี้ ราคาน้ำมัน WTI กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง สะท้อนว่าความกังวลยังไม่หมดไป ขณะที่ Dow Jones Futures ปรับตัวลงเล็กน้อย บ่งชี้ถึง Sentiment ที่เริ่มกลับมาเป็นลบในระยะสั้น และมีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรหลังจากการรีบาวด์ในวันก่อนหน้า
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% แม้บรรยากาศการลงทุนยังคงอยู่ภายใต้ความระมัดระวัง เนื่องจากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานที่มีแนวโน้มผันผวน หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นราว 1.1% สอดคล้องกับมุมมองเชิงบวกจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่มองว่า ระดับราคาน้ำมันยังอยู่ในโซนที่เอื้อต่อการทำกำไรของบริษัทในกลุ่มดังกล่าว แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเริ่มอ่อนตัวลงจากกระแสข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หลังอิหร่านออกมาปฏิเสธการเจรจาโดยตรง และให้ความเห็นในเชิงลบต่อข้อเสนอของสหรัฐ แม้จะยอมรับว่ามีการพิจารณาข้อเสนอผ่านตัวกลางอยู่ก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดในช่วงนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังมากกว่าข้อเท็จจริง หากการเจรจาไม่คืบหน้าในระยะสั้น มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามประเด็นความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดใช้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเงินเฟ้อของยุโรปในระยะถัดไป ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีความผันผวนในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากท่าทีของอิหร่านที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่การเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ แม้ว่าจะมีการสื่อสารผ่าน
ตัวกลางก็ตาม ความไม่ชัดเจนดังกล่าว ทำให้นักลงทุนกลับเข้าสู่โหมดระมัดระวัง (Risk-Off) อีกครั้ง โดยเฉพาะในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานและการค้าโลก ส่งผลให้แรงขายกลับเข้ามากดดันตลาดหุ้นในภูมิภาค
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ หลังจากปรับตัวขึ้นแรงในวันก่อนหน้า ขณะที่ในประเทศมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกครั้งใหญ่ราว 6 บาท/ลิตร ครอบคลุมทั้งดีเซลและน้ำมันเบนซินหลายประเภท ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นที่ค่อนข้างรุนแรงในครั้งเดียว แรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าว มีโอกาสถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจกดดันผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนได้
ในมุมมองนโยบายการเงิน ตลาดเริ่มประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์จากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) แต่กดดันกลุ่มสินเชื่อรายย่อย (Non-Bank) และกลุ่มค้าปลีกที่อ่อนไหวต่อกำลังซื้อ โดยรวมประเมินว่า SET Index มีโอกาสผันผวนในกรอบ 1,435–1,470 จุด และมีปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางราคาน้ำมัน พัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ค่าเงินบาท และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นวันแรก รวมถึง Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทางขาลงต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทาง Sideway Up
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
