ชง 3 ทางขึ้นค่าไฟฟ้า BGRIM-GPSC โล่ง

#ไฟฟ้า #ทันหุ้น - กกพ.เตรียมชง 3 ทางขึ้นค่าไฟฟ้า 3.95-4.59 บาท รับต้นทุนพุ่ง 29.49% มองกรณีฐาน Ft ปกติที่ 29.66 สตางค์ ค่าไฟฟ้าจะ 4.08 บาท แต่หากใช้เงิน 9 พันล้านบาทหนุน จะกดค่าไฟลดเหลือ 3.95 บาท ส่วนกรณีรัฐจะคงค่าไฟที่ 3.88 บาท อาจต้องชดเชยอีก 4.6 พันล้านบาท ด้านโบรกมองค่าไฟฟ้าเพิ่มเป็น 3.95 บาท BGRIM-GPSC โล่ง
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ได้ตั้งสมมติฐานและการประมาณการค่าไฟฟ้าเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 จะเพิ่มสูงขึ้น จากต้นทุนราคา Pool Gas ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงเป็น 347 บาทต่อล้านยูทีบี เพิ่มขึ้น 23.49% จากในรอบก่อนหน้าที่ระดับ 281 บาทต่อล้านยูทีบี และราคา Spot LNG ประมาณการไว้ที่ 18.8 ดอลลาร์ต่อล้านยูทีบี เพิ่มขึ้น 61% จากงวดก่อนหน้าที่ 11.60 ดอลลาร์ต่อล้านยูทีบี
ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าคาดการณ์ว่าจะสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนเดือนพฤษภาคม โดยรวมประมาณ 77,000 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นจากรอบก่อนประมาณ 5,000 ล้านหน่วย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นจากเอลนีโญ, ภาวะเศรษฐกิจ และการใช้รถไฟฟ้า (EV)
ทั้งนี้เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะมีพลังงานเพียงพอและมีต้นทุนที่เหมาะสม กกพ. ได้สั่งการมาตรการ การกระจายความเสี่ยงการนำเข้า LNG เร่งนำก๊าซจากอ่าวไทยมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้มากที่สุด เพิ่มการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำในประเทศลาว จากเดิม 6,200 ล้านหน่วย เป็น 9,900 ล้านหน่วย เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำกว่า รวมถึงสนับสนุนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจากในประเทศ เช่น กลุ่ม SPP, Solar
@ 3 กรณีคำนวณค่าไฟฟ้า
สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับงวดพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 เป็น 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีแรก ปรับค่า Ft ตามต้นทุนเชื้อเพลิง และคืนเงินให้กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะทำให้ค่าไฟอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย โดย Ft ขายปลีกเท่ากับ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็น Ft ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุน จำนวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. จำนวน 35,928 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย
กรณีที่ 2 กฟผ.แบกรับหนี้ต่อไป แต่ปรับตามต้นทุนเชื้อเพลิง จะทำให้ค่าไฟอยู่ที่ 4.08 บาท โดยมีค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่วน กฟผ. จะรับภาระต้นทุน AF 50.94 สตางค์ต่อหน่วยไว้แทนประชาชน
กรณีที่ 3 กฟผ.แบกรับหนี้ต่อไป ขณะที่ กกพ. นำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw Back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท คิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย เข้าอุดหนุนจะทำให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.95 บาท
อย่างไรก็ดีในกรณีที่ทางภาครัฐต้องตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย คาดว่าภาครัฐจะต้องใช้เงินงบประมาณอุดหนุนเพิ่มเติมประมาณ 4,600 - 5,000 ล้านบาท แต่ถ้าพิจารณาในการช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยหรือกลุ่มเปราะบาง โดยกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย มีจำนวนประมาณ 14 ล้านครัวเรือน จะใช้เงินประมาณ 300 ล้านบาท และกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วย มีจำนวนประมาณ 17 ล้านครัวเรือน หากเลือกช่วยกลุ่มนี้ จะต้องใช้เงินประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ คิดเป็นประมาณ 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ
@ BGRIM-GPSC โล่ง
นายปัณณทัต เลาหธนสาร นักวิเคราะห์กลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า หากผลสรุปออกมาที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีมุมมองเป็นจิตวิทยาเชิงบวก เนื่องจากเดิมตลาดและ บล.กรุงศรี คาดการณ์ไว้เพียง 3.88 บาทต่อหน่วย กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์คือ โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เช่น BGRIM และ GPSC แต่ขณะเดียวกันตลาดมองว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 ของกลุ่ม SPP อาจไม่ดี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนค่าไฟปรับขึ้นตามไม่ทัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากข้อเสนอแนวทางขึ้นค่า FT ของ กกพ. คาดว่าผลจะออกมาอยู่ที่ 3.95 บาท ขยับขึ้นมาจากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 3.88 บาท เพียงเล็กน้อย และโอกาสที่ค่าไฟฟ้าจะต่ำกว่า 3.88 บาท นั้นมีน้อยมาก เนื่องจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามสูตรการคำนวณ
ถ้าหากรัฐบาลตัดสินใจที่จะตรึงราคาไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยเท่าเดิม มองว่ารัฐมีงบประมาณสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการดูแลค่าครองชีพ ซึ่งเป็นงบเหลื่อมปีที่กันไว้ประมาณหลักแสนล้านบาทจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ดังนั้นจึงมองเป็นกลางสำหรับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าสูง เนื่องจากค่าไฟขยับขึ้นเพียง 7 สตางค์ ส่งผลกระทบไม่เยอะมาก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
