รีเซต

SPALIหันรุกคอนโดมิเนียม ปักธงปี71รายได้3.1หมื่นล.

SPALIหันรุกคอนโดมิเนียม ปักธงปี71รายได้3.1หมื่นล.
ทันหุ้น
26 มีนาคม 2569 ( 08:30 )
14

#SPALI #ทันหุ้น - SPALI หันรุกพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น เหตุ ดีมานด์ดี-กรอสมาร์จิ้นสูง  พร้อมเปิดแผน JUMP+ ดันรายได้ปี 2571 อยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท โตปีละ 7% จากปี 2568 ยอมรับสงครามตะวันออกกลาง ระยะสั้นกระทบเชื่อมั่น จากต้นทุนสูงขึ้น พร้อมลดสต๊อก อาจชะลอก่อสร้างบางโครงการ  ยังคงเป้าหมายยอดขายปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท -รายได้ 2.7 หมื่นล้านบาท ทุ่มงบซื้อที่ดิน 8 พันล้านบาท

นายไตรเตชะ  ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางนั้น มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าที่จะเข้ามาดูโครงการ จากปัญหาราคาพลังงานในปัจจุบัน แต่หากสถานการณ์คลี่คลายโดยใช้เวลาไม่นานเกินไปผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวจะไม่มาก โดยปัจจุบันบริษัทมีแผนรับมือสถานการณ์ดังกล่าวโดยการสต็อกสินค้าในอัตราที่ลดลง

@อาจชะลอบางโครงการ

“ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้สัญญาณค่อนข้างดี ต่อเนื่องจากครึ่งหลังปี 2568 จากซัพพลายที่ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 20ปี และดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นแม้จะไม่มากก็ตาม  แต่พอเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกลางนั้น ในระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเข้ามาดูโครงการ ด้วยความกังวลเรื่องน้ำมัน ห่วงน้ำมัน  แต่เชื่อว่าหากสถานการณ์คลี่คลายใช้เวลาไม่นานเกินไปผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวจะไม่มาก”

ในขณะที่การก่อสร้างโครงการใหม่  ที่จะได้รับผลกระทบจากการขนส่งนั้น ซึ่งหากเป็นโครงการที่มีความจำเป็น หรือโครงการที่จะเปิดตัว บริษัทยังคงเดินหน้าก่อสร้าง แต่หากเป็นโครงการที่บริษัทมีสต๊อกพอสมควรแล้วก็จะมีการชะลอการก่อสร้างออกไป  เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเกินไป  ซึ่งจากภาวะสงครามตะวันออกลางนั้น บริษัทมองว่าระยะสั้นจะกระทบกับมาร์จิ้นบ้าง

อย่างไรก็ตามแม้ปีนี้มีสถานการณ์ที่ท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ และสงครามตะวันออกกลาง บริษัทสามารถที่ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ จากบริษัทมีแผนการเพิ่มมูลค่าผ่านโครงการ JUMP+ และแผนการขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนิน มีความสามารถในการบริหารจัดการวัสดุก่อสร้าง มีต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้ที่ต่ำ ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตของยอดขาย รายได้ และกำไร ได้ในระยะกลางและระยะยาว

@เปิดแผน JUMP+

นายไตรเตชะ กล่าวว่า แผน JUMP+ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2571 อยู่ที่ 31,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นปีละ 7% จากปี 2568 อยู่ที่ 24,772 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำได้  เพราะบริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและภูมิภาค ทำให้มีโครงการพร้อมโอนมากขึ้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (กรอสมาร์จิ้น) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ในกรณีที่ตลาดไม่ได้แข่งขันรุนแรง เนื่องจากบริษัทจะหันมาเปิดโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น  แตะ 35-45% ของพอร์ตในปี 2571 เพราะดีมานด์ที่ยังเติบโต และโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัท ก็มีกรอสมาร์จิ้นสูงกว่าแนวราบ  โดยปี 2568 บริษัทมีกรอสมาร์จิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 34% แม้จะสูงกว่าอุตสาหกรรม แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ SPALI  เพราะในปีที่ผ่านมาบริษัทมีการโอนโครงการคอนโดมิเนียมเพียง 1 โครงการเท่านั้น  ซึ่งตั้งแต่ปี 2569-2571 ก็จะมีการโอนมากขึ้น  

รวมถึงมีการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ นอกจากนี้ร่วมมือกันสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอนุมัติสินเชื่อ ลดปฏิเสธสินเชื่อ  หนุนรายได้ กำไรสุทธิของบริษัทมีการเติบโต

@เป้ายอดขาย 3 หมื่นลบ.

สำหรับในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายในประเทศไทย 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนอยู่ที่ 26,249 ล้าน บาท  โดยยอดขายที่ประเทศออสเตรเลียปีนี้ 680  ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และคาดรายได้รวมปีนี้อยู่ที่ 27,000 ล้านบาท   เพิ่มขึ้น จากปีก่อนที่มีรายได้ 24,772 ล้านบาท  จากปีนี้จะมีโครงการโอน จำนวน 3 โครงการ   โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีแบ็กล็อก 13,566 ล้านบาท จะโอนในปีนี้ 7,345 ล้านบาท

ส่วนแผนการเปิดโครงการใหม่ 28 โครงการ มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็น แนวราบ 23 โครงการ มูลค่า 27,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท  โดยปีนี้ตั้งงบซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท และงบก่อสร้าง 7,500 ล้านบาท

ด้านธุรกิจออฟฟิศ และธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มีทิศทางที่ดีโดยธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น และในส่วนพื้นที่รีเทลยอดเช่าเต็มแล้ว ซึ่งหนุนรายได้ประจำเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าปีนี้อยู่ในช่วงก่อสร้าง คาดรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง