รีเซต

เมื่อธุรกิจมือถือเริ่มอ่อนแรง Xiaomi กำลังเดิมพันอนาคตกับ EV และ AI

เมื่อธุรกิจมือถือเริ่มอ่อนแรง Xiaomi กำลังเดิมพันอนาคตกับ EV และ AI
ทันหุ้น
26 มีนาคม 2569 ( 06:00 )
8

#ทันหุ้น-เมื่อธุรกิจมือถือเริ่มชะลอ Xiaomi กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จาก “แบรนด์มือถือคุ้มค่า” สู่บริษัทเทคโนโลยีที่มี EV และ AI เป็นแกนหลักในอนาคต งบ 4Q25 จึงไม่ใช่แค่ผลประกอบการรายไตรมาส แต่สะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอย่างชัดเจน จากฮาร์ดแวร์ที่แข่งขันด้านราคา ไปสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีระยะยาว

ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าตัวเลข headline ของงบครั้งนี้ดูเหมือนจะ “ไม่ได้แย่” รายได้อยู่ที่ 116.9 พันล้านหยวน เติบโต 7.3%YoY แม้จะเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดตั้งแต่ปี 2023 แต่ก็ยังทำได้ตามที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 24%YoY ซึ่งฟังดูแรง แต่ในเชิงความคาดหวังถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ประมาณ 10% ภาพรวมจึงออกมาในลักษณะที่เรียกว่า mixed คือไม่ได้ดีชัดเจน แต่ก็ไม่ได้แย่จนผิดหวัง อย่างไรก็ตาม หากเรามองลึกลงไปใน “โครงสร้างของกำไร” จะเห็นสัญญาณที่สำคัญมากกว่าตัวเลข headline หลายเท่า

ธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเคยเป็นหัวใจของ Xiaomi กำลังเผชิญแรงกดดันทั้ง ต้นทุนที่สูงขึ้นและยอดขายที่ชะลอ แม้บริษัทพยายามขยับสู่ตลาดพรีเมียมจนราคาขายเฉลี่ย (ASP) เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนชิปหน่วยความจำ (DRAM และ NAND) ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ผลกระทบทำให้ gross margin ลดลงเหลือ 8.3% จาก 12% ในปีก่อน ขณะที่ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนหดตัว 11.5% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า สะท้อนการแข่งขันที่ยังรุนแรงและอุปสงค์ที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ “กำไรลดเพราะต้นทุนสูง” แต่สะท้อนว่า ธุรกิจหลักเดิมของ Xiaomi กำลังถูกบีบ margin อย่างมีนัยสำคัญ และอาจไม่ใช่เครื่องจักรทำกำไรเหมือนในอดีต นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนเริ่มโฟกัส “ธุรกิจใหม่” มากขึ้น โดยเฉพาะ EV ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจหลักในงบไตรมาสนี้

สิ่งที่น่าสนใจคือธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ไม่ได้แค่เติบโต แต่เริ่ม “พิสูจน์ตัวเอง” ในเชิง unit economics ได้แล้ว ใน 4Q25 บริษัทส่งมอบรถได้ถึง 145,115 คัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับ gross margin ที่สูงถึง 24.3% ซึ่งสูงกว่าธุรกิจมือถืออย่างมีนัยสำคัญ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือธุรกิจ EV สามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 1.1 พันล้านหยวน ในไตรมาสเดียว ส่งผลให้ทั้งปี 2568 พลิกมามีกำไรได้ที่ 900 ล้านหยวน จุดนี้ถือเป็น turning point ที่สำคัญ ที่ narrative ของ Xiaomi เปลี่ยนจาก “เผาเงินสร้างธุรกิจใหม่” เป็น “เริ่มสร้างกำไรจากธุรกิจใหม่แล้ว” โดยเป้าส่งมอบรถ 550,000 คันในปี 2569 และแผนบุกยุโรปปี 2570 สะท้อนการเดิมพันจริงจังกับ S-Curve ใหม่อย่าง EV

ในขณะเดียวกัน การลงทุนด้าน AI โดยเฉพาะในรูปแบบของ Agentic AI ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดย Capex ที่เพิ่มเป็น 18.2 พันล้านหยวน  ไม่ได้แค่ขยายการผลิต แต่เป็นการสร้าง ecosystem เชื่อมสมาร์ทโฟน รถยนต์ และ IoT เข้าด้วยกัน เพื่อ transform สู่ AI-driven platform ตามทิศทางบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก

อย่างไรก็ตาม ช่วงรอยต่อนี้เองทำให้หุ้น Xiaomi ยังไม่กลับเป็นขาขึ้น แม้ธุรกิจ EV จะมีอนาคต แต่ธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งยังเป็นรายได้หลักถูกกดดันจากต้นทุน ขณะที่ EV ก็เผชิญสงครามราคาในจีน ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจว่าธุรกิจใหม่จะชดเชยการชะลอตัวของธุรกิจเดิมได้เร็วพอ ส่งผลให้หุ้นปรับฐานลงกว่า 40% จากจุดสูงสุด

ในเชิงโครงสร้าง Xiaomi จึงเหมือนมี “สองโลกในบริษัทเดียว” คือธุรกิจเดิมที่ถูกกดดันตามวัฏจักร กับธุรกิจใหม่ที่เติบโตสูงแต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง โดยนักลงทุนควรโฟกัสความสามารถในการ scale ธุรกิจ EV พร้อมรักษา margin ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง มากกว่าดูแค่กำไรระยะสั้น

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าถึงธีมการเติบโตนี้ ปัจจุบันสามารถลงทุนใน Xiaomi ได้ผ่าน DR อย่าง XIAOMI01 ซึ่งช่วยให้สามารถซื้อขายผ่านตลาดหุ้นไทยด้วยเงินบาทโดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ ทำให้เข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีจีนที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านได้ง่ายขึ้น

ท้ายที่สุด Xiaomi ในวันนี้อาจไม่ใช่หุ้นที่มี story ชัดเจนในระยะสั้น แต่เป็นหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเดิมพันอนาคตว่าบริษัทจะสามารถเปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ไปเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มี EV และ AI เป็นแกนกลางได้หรือไม่ หากทำได้ upside ในระยะยาวอาจมีนัยสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง