รีเซต

โลกร้อนเขย่าแอนตาร์กติกา เพนกวินขยับฤดูผสมพันธุ์เร็วผิดปกติ หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร

โลกร้อนเขย่าแอนตาร์กติกา เพนกวินขยับฤดูผสมพันธุ์เร็วผิดปกติ หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร
TNN ช่อง16
21 มกราคม 2569 ( 10:00 )

งานวิจัยล่าสุดพบว่า เพนกวินในทวีปแอนตาร์กติกาได้เปลี่ยนแปลงช่วงเวลาการผสมพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจคุกคามการอยู่รอดของเพนกวินอย่างน้อย 3 สายพันธุ์


การศึกษาระยะยาวกว่า 10 ปี นำโดยโครงการ Penguin Watch จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัย Oxford Brookes พบว่า เพนกวินบางกลุ่มเริ่มฤดูผสมพันธุ์เร็วขึ้นมากกว่า 3 สัปดาห์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่ไม่เคยมีบันทึกมาก่อน


“ดร. อิกนาซิโอ ฮัวเรซ มาร์ติเนซ” หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้อาจทำให้เพนกวินเริ่มผสมพันธุ์ในช่วงเวลาที่อาหารยังไม่พร้อม ส่งผลให้ลูกเพนกวินขาดแคลนอาหารในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ พร้อมเตือนว่า แม้เพนกวินจะพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับแหล่งอาหาร แต่ไม่อาจรักษาความเร็วในการปรับตัวเช่นนี้ได้ในระยะยาว


นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลช่วงปี 2012–2022 โดยพิจารณา “วันตั้งถิ่นฐาน” ของเพนกวิน ซึ่งหมายถึงวันที่เพนกวินเริ่มเข้าครอบครองพื้นที่ทำรังอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมเพนกวิน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เพนกวินอเดลี เพนกวินชินสแตรป และเพนกวินเจนทู จากอาณานิคม 37 แห่งทั่วแอนตาร์กติกาและหมู่เกาะกึ่งแอนตาร์กติกา โดยใช้กล้องถ่ายภาพแบบไทม์แลปส์จำนวน 77 ตัว ซึ่งบันทึกข้อมูลอุณหภูมิอากาศควบคู่กันไป


ผลการศึกษา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Animal Ecology ระบุว่า เพนกวินทั้งสามสายพันธุ์เริ่มฤดูผสมพันธุ์เร็วขึ้นในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเพนกวินเจนทูเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เฉลี่ยเร็วขึ้น 13 วันภายในระยะเวลา 10 ปี และในบางอาณานิคมเร็วขึ้นถึง 24 วัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาการสืบพันธุ์ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึก และอาจรวมถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด ขณะที่เพนกวินอเดลีและชินสแตรปก็เริ่มผสมพันธุ์เร็วขึ้นเฉลี่ยราว 10 วันเช่นกัน


นักวิจัยเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มการแข่งขันระหว่างเพนกวินแต่ละสายพันธุ์ โดยมีทั้ง “ผู้ได้ประโยชน์” และ “ผู้เสียเปรียบ” อย่างชัดเจน เพนกวินเจนทูซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ชอบสภาพอากาศอบอุ่นกว่า กำลังได้ประโยชน์จากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ขยายอาณานิคมและเพิ่มจำนวนประชากร ขณะที่เพนกวินอเดลีและชินสแตรปมีแนวโน้มลดลงทั่วคาบสมุทรแอนตาร์กติกา


นอกจากนี้ เพนกวินเจนทูยังเป็นนักล่าที่ปรับเปลี่ยนอาหารได้หลากหลาย สามารถหันไปกินปลาแทนคริลล์ได้ในปีที่คริลล์ขาดแคลน ขณะที่อีกสองสายพันธุ์พึ่งพาคริลล์เป็นหลัก ทำให้เสี่ยงต่อผลกระทบมากกว่าในภาวะอาหารขาดแคลน


การที่ช่วงเวลาผสมพันธุ์ของเพนกวินทั้งสามสายพันธุ์เริ่มทับซ้อนกันมากขึ้น ยังอาจนำไปสู่การแข่งขันแย่งพื้นที่ทำรัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ปราศจากหิมะ ซึ่งก่อนหน้านี้แต่ละสายพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้เนื่องจากมีช่วงผสมพันธุ์เหลื่อมเวลากัน นักวิจัยระบุว่า เริ่มพบเพนกวินเจนทูเข้ายึดรังที่เคยเป็นของเพนกวินอเดลีหรือชินสแตรปแล้ว


ขณะเดียวกัน สาเหตุที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงช่วงผสมพันธุ์ยังไม่แน่ชัด อาจเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น การละลายของน้ำแข็งและหิมะที่เร็วขึ้น การบานของแพลงก์ตอนพืชที่เกิดก่อนเวลา หรือปัจจัยอื่นร่วมกัน


นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า เพนกวินมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารของแอนตาร์กติกา โดยช่วยนำสารอาหารจากทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำ ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย หากเพนกวินบางสายพันธุ์สูญหาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการล่มสลายของระบบนิเวศโดยรวม


ดร.ฮัวเรซกล่าวว่า อาณานิคมของเพนกวินอเดลีและชินสแตรปกำลังลดลงอย่างชัดเจน และไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน ขณะที่เพนกวินจักรพรรดิซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์เช่นกัน โดยนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากสูญเสียเพนกวินหลายสายพันธุ์ภายในสิ้นศตวรรษนี้ตามที่แบบจำลองคาดการณ์ไว้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บั่นทอนความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบนิเวศแอนตาร์กติกาอย่างรุนแรง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง