รีเซต

นาซาเผยภาพลักษณะคล้ายใยแมงมุมบนดาวอังคาร คาดเป็นร่องรอยน้ำบาดาลโบราณ

นาซาเผยภาพลักษณะคล้ายใยแมงมุมบนดาวอังคาร คาดเป็นร่องรอยน้ำบาดาลโบราณ
TNN ช่อง16
24 กุมภาพันธ์ 2569 ( 17:49 )
4

ยานสำรวจคิวริออซิตี (Curiosity) ของนาซา (NASA) ได้ทำการสำรวจภูมิประเทศที่ดูคล้าย "ใยแมงมุม" ขนาดยักษ์ หรือที่เรียกว่าแนวสันหินแบบกล่อง (Boxwork) บนดาวอังคารอย่างใกล้ชิด การค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าน้ำบาดาลโบราณอาจไหลเวียนอยู่บนดาวอังคารยาวนานกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งนำไปสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับระยะเวลาที่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอาจสามารถอยู่รอดได้ในอดีต ก่อนที่ดาวอังคารจะกลายเป็นทะเลทรายที่หนาวเหน็บ 

ตลอดระยะเวลาประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา ยาน Curiosity ได้สำรวจแนวสันหิน Boxwork ซึ่งมีความสูงประมาณ 1 ถึง 2 เมตร และมีแอ่งทรายอยู่ตรงกลางสลับกันไป เมื่อมองจากอวกาศ โครงสร้างเหล่านี้จะดูคล้ายกับใยแมงมุมขนาดยักษ์ นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ในอดีตน้ำบาดาลได้ไหลผ่านรอยแตกขนาดใหญ่ของชั้นหินและทิ้งแร่ธาตุเอาไว้ แร่ธาตุเหล่านี้ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นที่บริเวณนั้นจนกลายเป็นแนวสันหิน ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่มีแร่ธาตุเสริมความแข็งแรงได้ถูกลมกัดเซาะจนกลายเป็นแอ่งลึก

ทีนา ซีเกอร์ (Tina Seeger) จากมหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้นำการสำรวจข้อมูลจากยาน Curiosity ในครั้งนี้ กล่าวว่า การพบโครงสร้าง Boxwork ในบริเวณที่สูงขึ้นไปบนภูเขาเมานท์ชาร์ป (Mount Sharp) ซึ่งมีความสูงถึง 5 กิโลเมตร ชี้ให้เห็นว่าระดับน้ำบาดาลในอดีตจะต้องอยู่สูงมากว่า "น้ำที่จำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงชีวิตอาจมีอยู่ยาวนานกว่าที่เราเคยคิดไว้เมื่อดูจากภาพถ่าย"

โดยจากการสำรวจอย่างใกล้ชิด ยาน Curiosity ยังได้ยืนยันข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ โดยพบว่าเส้นสีเข้มที่พาดผ่านใยแมงมุมเหล่านี้ คือ รอยแตกตรงกลาง (Central fractures) ที่น้ำบาดาลเคยซึมผ่านและสะสมแร่ธาตุไว้ นอกจากนี้ยังพบก้อนลักษณะขรุขระคล้ายเมล็ดถั่ว (Nodules) ตามผนังของแนวสันหินและในแอ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการมีอยู่ของน้ำบาดาลในอดีต

การสำรวจพื้นที่นี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทีมควบคุมยาน เนื่องจากยาน Curiosity มีน้ำหนักเกือบ 1 ตัน และต้องขับผ่านสันหินที่แคบพอๆ กับตัวยาน รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้ล้อลื่นไถลขณะลงไปในแอ่งทราย อย่างไรก็ตาม ยานสามารถทำการเจาะเก็บตัวอย่างหินมาวิเคราะห์ได้สำเร็จ โดยการวิเคราะห์ด้วยรังสีเอกซ์ (X-rays) พบแร่ดินเหนียว (Clay minerals) ในบริเวณสันหิน และแร่คาร์บอเนตในบริเวณแอ่ง

ล่าสุด ภารกิจนี้ยังได้เก็บตัวอย่างที่ 4 เพื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยเทคนิคเคมีแบบเปียก (Wet chemistry) ซึ่งนาซาสงวนวิธีการตรวจสอบนี้เอาไว้สำหรับเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจที่สุดเท่านั้น ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สามารถตรวจจับสารประกอบอินทรีย์ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการก่อกำเนิดชีวิตได้ง่ายขึ้น

ในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ยาน Curiosity จะเดินทางออกจากพื้นที่แนวสันหิน Boxwork เพื่อมุ่งหน้าสำรวจชั้นหินบนภูเขาเมานท์ชาร์ปที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุซัลเฟตต่อไป เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมว่าสภาพภูมิอากาศของดาวอังคารโบราณเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อหลายพันล้านปีก่อน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง