ทรัมป์สั่ง Fannie Mae ซื้อพันธบัตรสินเชื่อบ้าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งการให้หน่วยงานด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเข้าซื้อพันธบัตรที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage Bonds) เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณต่อภาวะตลาดทันที
ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ได้มอบหมายให้แฟนนี เม (Fannie Mae) และเฟรดดี แมค (Freddie Mac) เข้าซื้อพันธบัตรประเภทดังกล่าว วงเงินสูงสุดไม่เกิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังไม่มีรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว แต่การคาดหมายถึงการเข้าซื้อในวงเงินขนาดใหญ่ก็เพียงพอให้ตลาดตราสารหนี้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ภายหลังการประกาศ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แคบลงราว 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงสำหรับตลาดดังกล่าว และสะท้อนว่ามาตรการอาจมีผลต่อภาวะสินเชื่อที่อยู่อาศัยในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของผู้บริโภคในระยะยาวอาจมีจำกัด เนื่องจากดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ได้ถูกกำหนดจากมาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายด้าน รวมถึงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ด้วยเช่นกัน
บิล พัลตี ผู้อำนวยการสำนักงานการเงินเคหะการแห่งสหรัฐฯ (FHFA) ยืนยันผ่าน X (Twitter) ว่า Fannie Mae และ Freddie Mac จะเป็นผู้ดำเนินการเข้าซื้อในครั้งนี้ แม้ว่ารายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ส่งต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) จะระบุว่าทั้งสองบริษัทมีเงินสดรวมกันไม่ถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 กันยายนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม พัลตีชี้แจงกับรอยเตอร์ว่า ทั้งสองหน่วยงานมี “สภาพคล่องล้นเหลือ” โดยหากนับรวมสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หลักทรัพย์ที่ซื้อภายใต้ข้อตกลงขายคืน (Repo) จะพบว่า Fannie Mae มีสภาพคล่องรวม 1.009 แสนล้านดอลลาร์ และ Freddie Mac มีอีก 9.09 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอต่อการปฏิบัติตามคำสั่งของทรัมป์