ผู้ประกอบการจ่อขยับราคาสินค้าไตรมาส 2 นี้

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2 ปี 69 หลังจากได้หารือผู้ประกอบการกว่า 100 ราย พบว่าผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ธุรกิจส่วนใหญ่กังวลเรื่องต้นทุนพลังงานและค่าวัตถุดิบที่สูงขึ้น และอาจทยอยขึ้นราคาสินค้าในไตรมาส 2 ปี 69 เนื่องจากสต๊อกอาจเพียงพอแค่ 1-3 เดือน แต่กำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ อาจส่งผลให้การปรับราคาขึ้นไม่ได้มาก
สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์ต่างประเทศทั้งการส่งออกและภาคท่องเที่ยว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศจากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค โดยระยะต่อไปต้องติดตาม 1.พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง 2.ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน 3.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 4.การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐ และ 5.จับตาซูเปอร์เอลนีโญที่จะกระทบราคาสินค้าเกษตร
ทั้งนี้ เศรษฐกิจในเดือน มี.ค. เจอผลกระทบจากสงครามตะวันออกลางเข้ามา ทำให้กระทบด้านพลังงาน ด้านขนส่ง และการเดินทางหยุดชะงัก แต่รวมทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส มีแนวโน้มชะลอตัวแต่ยังไม่ถึงติดลบ แต่ถ้าเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจะขยายตัวได้ แต่ไม่ได้สูงมากเท่าไตรมาส 4 ปี 68 โดยต้องติดตามพัฒนาการความยืดเยื้อความรุนแรงสงคราม ถ้าจบเร็วจะทำให้เศรษฐกิจดีกว่าคาด
นางปราณี กล่าวว่า ไทยยังไม่อยู่ในข่ายภาวะสแต็กเฟลชัน แม้ในทางเศรษฐศาสตร์สแต็กเฟลชัน ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ เศรษฐกิจหยุดชะงักขยายตัวต่ำ หรือถดถอยเป็นเวลานาน และอีกสัญญาณ คือ เงินเฟ้อสูงนาน ซึ่งต้องเกิดจากผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง แม้ผลกระทบพลังงานหมดไปแล้ว แต่ยังปรับราคาเพิ่มอยู่ ทั้งนี้ จากที่ประเมินไม่เห็นสัญญาณนั้นโดยถ้าดูเงินเฟ้อเร่งขึ้นในปี 69 อาจเห็นสูงถึง 3-4% ตั้งแต่เดือน เม.ย. ถึงสิ้นปี 69 โดยทั้งปีประเมินเงินเฟ้อทั่วไปไว้ที่ 2.9% แต่ปี 70 เงินเฟ้อจะกลับมาที่ 1.5%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
