เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอันตรายที่เพิ่มขึ้นจากกระแสลมแปรปรวน และสภาพป่าที่แห้งแล้งในรัฐออริกอน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอันตรายที่เพิ่มขึ้นจากกระแสลมแปรปรวน และสภาพป่าที่แห้งแล้งในรัฐออริกอน
TNN World
20 กรกฎาคม 2564 ( 09:29 )
11
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอันตรายที่เพิ่มขึ้นจากกระแสลมแปรปรวน และสภาพป่าที่แห้งแล้งในรัฐออริกอน
America: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอันตรายที่เพิ่มขึ้นจากกระแสลมแปรปรวน และสภาพป่าที่แห้งแล้งในรัฐออริกอน ขณะพยายามควบคุมไฟป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ หนึ่งในกลุ่มไฟป่าที่กำลังลุกลามในหลายพื้นที่รัฐทางตะวันตกของสหรัฐฯ
 
 
ไฟป่าบูตเลก ที่ทวีความรุนแรงขึ้นกลายเป็นหนึ่งในไฟป่าครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของรัฐออริกอน กำลังเผาผลาญพื้นที่กว่า 1,210 ตารางกิโลเมตร หรือใกล้เคียงกับขนาดของนครลอสแอนเจลิสในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ทางเหนือของพรมแดนรัฐแคลิฟอร์เนีย และจนถึงตอนนี้ควบคุมเพลิงไหม้ได้เพียง 25% เท่านั้น
 
 
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาหลายรายคาดการณ์ว่า สภาพอากาศที่เอื้อให้เกิดไฟป่ารุนแรงจะยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวไปจนถึงวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น และอาจเกิดฟ้าผ่าในรัฐแคลิฟอร์เนียและพื้นที่ทางใต้ของรัฐออริกอน
ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ในนครแซคราเมนโตของรัฐแคลิฟอร์เนีย ทวีตข้อความผ่าน Twitter ว่า สภาพอากาศที่แห้งแล้งและฟ้าผ่า ทำให้มีโอกาสเกิดไฟป่าครั้งใหม่ได้
 
 
ขณะเดียวกัน ทางการท้องถิ่นได้สั่งให้ประชาชนจำนวนมากอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงประชาชนราว 2,000 คน ที่อาศัยอยู่ในย่านชนบทริมทะเลสาบและเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่อยู่ใกล้ไฟป่าบูตเลก ที่เผาผลาญบ้านเรือน 67 หลังและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อีกกว่า 100 หลัง
 
 
สภาพอากาศที่แห้งแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่าที่ยากต่อการควบคุม
 
 
จนถึงขณะนี้ ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาไฟป่าไม่ต่ำกว่า 70 จุด กำลังลุกไหม้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วหลายหมื่นตารางกิโลเมตร
 
 
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภูมิภาคตะวันตกของสหรัฐฯ มีอุณหภูมิสูงขึ้นและแห้งแล้งมากขึ้นในรอบ 30 ปี และจะทำให้สภาพอากาศเลวร้ายและเกิดไฟป่าบ่อยขึ้นและสร้างความเสียหายมากขึ้นเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง