รีเซต

สหรัฐฯ พึ่งไม่ได้แล้ว ? ฝรั่งเศสเตรียมสู่ “ยุคแห่งนิวเคลียร์”

สหรัฐฯ พึ่งไม่ได้แล้ว ? ฝรั่งเศสเตรียมสู่ “ยุคแห่งนิวเคลียร์”
TNN ช่อง16
18 มีนาคม 2569 ( 18:11 )
10

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสประกาศว่า กำลังเตรียมความพร้อมพาประเทศเข้าสู่ “ยุคแห่งอาวุธนิวเคลียร์” หรือ An age of nuclear weapons เมื่อสงครามในอิหร่านยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติ มาครงอธิบายว่า นโยบายนี้คือ “การยับยั้งเชิงรุก” 

อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของการตัดสินใจในครั้งนี้ ?

ไม่กี่วันหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดการโจมตีในอิหร่าน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสได้ประกาศเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ฝรั่งเศสจะเสริมกำลังคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตนและกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยที่มาครงเรียกสิ่งนี้ว่า “การป้องกันล่วงหน้า” 

ในสุนทรพจน์นของเขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งพันธมิตรในยุโรปเริ่มลังเลที่จะพึ่งพาการคุ้มครองทางนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ โดยปัจจุบันฝรั่งเศสมีคลังอาวุธนิวเคลียร์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมาครงย้ำว่า 

“สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด คือให้ชาวยุโรปได้กลับมาควบคุมชะตากรรมของตนเอง” แต่การประกาศของมาครงก็ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ของยุโรปในอนาคต

- การสร้างสมดุล ของฝรั่งเศส

นโยบายของมาครงเป็นการยืนยันหลักการยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ของฝรั่งเศสที่วางไว้ตั้งแต่ยุคของ “ชาร์ล เดอ โกล” ประธานาธิบดีคนแรกของฝรั่งเศสในยุคสาธารณรัฐที่ 5 โดยแนวคิดแบบ ชาร์ล เดอ โกล มองว่าการยับยั้งด้วยนิวเคลียร์คือเครื่องมือปกป้องดินแดนของฝรั่งเศส และเป็นหลักประกันความเป็นอิสระทางการเมือง

แต่ “เกรกัวร์ รูส” นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ มองว่าสำหรับในยุคนี้สิ่งที่มาครงสื่อสารคือความต้องการสร้างสมดุล พร้อมย้ำว่าอำนาจนิวเคลียร์ยังคงเป็นอธิปไตยและไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการแบ่งปันรหัสนิวเคลียร์หรือการตัดสินใจเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ 

ปัจจุบันฝรั่งเศสมีจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ ประมาณ 290 หัวรบ นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังมีแผนร่วมมือใกล้ชิดมากขึ้นกับอังกฤษซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเพียงแห่งเดียวที่มีอาวุธนิวเคลียร์เช่นเดียวกัน รวมถึงกระชับความร่วมมือกับประเทศยุโรปอื่น ๆ เช่น เยอรมนี โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม กรีซ สวีเดน และ เดนมาร์ก โดยนักวิเคราะห์ มองว่าฝรั่งเศส มีความตั้งใจชัดเจนในการขยายอำนาจนิวเคลียร์ออกนอกประเทศ รวมถึงการวางเครื่องบินรบฝรั่งเศสที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศยุโรปอื่นด้วย 


-การตัดสินใจเรื่องนิวเคลียร์ ท่ามกลางสงครามอิหร่าน

ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน กลายเป็นประเด็นสำคัญ แม้ฝรั่งเศสจะคัดค้านไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์แต่มาครงก็ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่ออิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 ลอเร ฟูเชอร์ นักวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการวิจัยเชิงกลยุทธ์ของฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสมีจุดยืนชัดเจนเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ภัยคุกคามจากประเทศนี้ไม่สามารถแก้ด้วยกำลังทหารได้ ยิ่งกว่านั้นเธอมองว่าไม่ใช่การเปลี่ยนระบอบ ซึ่งฝรั่งเศสนับสนุนแนวทางการทูตมาโดยตลอด

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและอิหร่านมีความซับซ้อนมาโดยตลอด ในปี 1974 อิหร่านแสดงความสนใจในเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและได้ลงนามข้อตกลงที่ทำให้อิหร่านถือหุ้น 10% ในบริษัท Eurodif ซึ่งเป็นบริษัทเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของฝรั่งเศส โดยยูเรเนียมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อใช้ในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

แอร์เดชีร์ ซอเฮดี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุฝรั่งเศส RFI ว่าเป้าหมายของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่ใช่ทางทหาร แต่ก็ชัดเจนว่าเมื่อพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน โอกาสในการนำไปใช้ทางทหารก็จะเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในขณะที่ ปี 1979 รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ขึ้นสู่อำนาจจากการปฏิวัติอิสลาม ส่งผลให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น อิหร่านเรียกร้องให้ฝรั่งเศสชำระคืนเงินกู้ที่อิหร่านเคยให้กับ Eurodif เพื่อใช้ในการผลิต แต่รัฐบาลฝรั่งเศสปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า อิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันในฐานะผู้ถือหุ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากการปฏิวัติ

แต่ความสัมพันธ์ย่ำแย่ลงเมื่อสมาชิกของกลุ่มญิฮาดอิสลามในเลบานอนได้ลักพาตัวนักข่าวและนักการทูตชาวฝรั่งเศสหลายคน โดยเรียกร้องให้ฝรั่งเศสชำระหนี้ให้อิหร่านและหยุดส่งอาวุธให้กับซัดดัม ฮุสเซน ในอิรักแต่รัฐบาลฝรั่งเศสปฏิเสธ ในช่วงเวลานั้นอิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการโจมตีหลายครั้งในฝรั่งเศสทางอ้อม และในปี 1986 เกิดเหตุระเบิดในกรุงปารีสทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน และบาดเจ็บ 55 คน ท้ายที่สุดรัฐบาลฝรั่งเศสตกลงที่จะชำระหนี้ส่วนใหญ่ของ Eurodif เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันในเลบานอนในปี 1988 และอีกสามปีต่อมา หนี้ที่เหลือถูกชำระครบด้วยเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์ให้แก่อิหร่าน

-ยุคเร่งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ฝรั่งเศสลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 Joint Comprehensive Plan of Action หรือ JCPOA เพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ในปี 2018 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พาสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว ทำให้อิหร่านกลับมาดำเนินโครงการนิวเคลียร์ของตนอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการประกาศเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคอาวุธนิวเคลียร์ของมาครงเกิดขึ้นในช่วงที่ยุโรปพยายามยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง โดยไม่ต้องพึ่งพา “ร่มนิวเคลียร์” ของสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์กล่าวด้วยว่าขณะนี้อยู่ในยุคที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เจอแรงบีบคั้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแล้ว “ตัวเลือกนิวเคลียร์” จึงต้องถูกนำกลับมาบนโต๊ะเพื่อหารืออย่างชัดเจน แต่ฝรั่งเศสยังเผชิญความท้าทายอย่างหนักในการเสริมศักยภาพนิวเคลียร์เนื่องจากจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างน้อยอีก 100,000 ล้านยูโรต่อปี และเงินนี้จะมาจากการลดงบประมาณการบริหารในด้านอื่นๆ แต่หากต้องการให้ยั่งยืน ฝรั่งเศสจำเป็นต้องเพิ่มงบกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ

แต่วาระของมาครงกำลังจะหมดลงในอีก 1 ปี โดยมีกำหนดการเลือกตั้งในเดือนเมษายน 2027 นักวิเคราะห์กล่าวว่ามาครงอ่อนแอมากในประเทศ สิ่งที่เหลืออยู่ของมาครงคือในเวทีโลกเพราะตามรัฐธรรมนูญเขามีอำนาจหลักในการกำหนดด้านนโยบายต่างประเทศและกลาโหม ซึ่งมาครงตระหนักว่าเขามีเวลาเพียง 1 ปีในการสร้างมรดกทางการเมือง ในฐานะผู้นำที่ปลุกยุโรปให้ตื่นจากความเฉื่อยชาหลายทศวรรษ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้สำเร็จมาครงและฝรั่งเศสจำเป็นต้องเสริมสร้างพันธมิตรในยุโรปรวมถึงการประสานงานด้าน “ร่มนิวเคลียร์” ของสหภาพยุโรปเองโดยไม่มีสหรัฐฯ ซึ่งมาครงทราบดีว่าจะไม่มีมรดกในเวทีโลก หากผลงานของเขาในยุโรปไม่ชัดเจน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง