กรุงเทพฯ พร้อมหรือยัง? เมื่อ “สิงคโปร์” ใช้เซนเซอร์ นับล้านตัวบริหารทั้งเมือง

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับเลือกผู้ว่าฯ กทม. ที่จะพากรุงเทพฯ ก้าวสู่ Smart City : บทเรียนจากสิงคโปร์
สิงคโปร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้าน Smart City ของโลก ภายใต้นโยบาย Smart Nation ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่ายเซนเซอร์ทำหน้าที่เสมือน "ระบบประสาทส่วนกลางดิจิทัล" (Digital Nervous System) ของประเทศ โดยมีแพลตฟอร์มหลักชื่อ Smart Nation Sensor Platform (SNSP) ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ตัวอย่างโครงสร้างพื้นฐานและการประยุกต์ใช้เซนเซอร์ที่สำคัญของสิงคโปร์ ได้แก่
เสาไฟอัจฉริยะทั่วประเทศ
รัฐบาลสิงคโปร์ได้ปรับเสาไฟสาธารณะกว่า 110,000 ต้นทั่วประเทศให้เป็นศูนย์รวมเซนเซอร์อัจฉริยะ โดยติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ อุณหภูมิ ระดับเสียง และทิศทางลมในแต่ละพื้นที่ พร้อมระบบกล้องวงจรปิดและ Video Analytics ที่สามารถตรวจจับความหนาแน่นของฝูงชน นับจำนวนยานพาหนะขนาดเล็ก เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และตรวจจับความผิดปกติเพื่อเสริมความปลอดภัยสาธารณะ
ระบบคมนาคมและการจราจรอัจฉริยะ (Smart Mobility)
สิงคโปร์ใช้เซนเซอร์ติดตามสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถจริงบนท้องถนน นอกจากนี้ ยังติดตั้งเซนเซอร์บนรถโดยสารสาธารณะกว่า 5,000 คัน ควบคู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลจากการแตะบัตรโดยสาร ทำให้สามารถคาดการณ์เวลามาถึงของรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดปัญหาความแออัดของรถโดยสารได้ถึง 92%
ขณะเดียวกัน ระบบ Smart Parking ที่ใช้เซนเซอร์ฝังใต้ช่องจอดรถ ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบและค้นหาที่จอดว่างผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที ลดการวนหาที่จอดและลดปัญหาการจราจรในเมือง
การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สิงคโปร์พัฒนาระบบ Smart Water Grid โดยใช้เซนเซอร์ตรวจวัดการไหลและแรงดันน้ำทั่วประเทศ เพื่อค้นหาจุดรั่วไหลได้อย่างรวดเร็ว ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ยังติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำตามท่อระบายน้ำและคลองต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นระบบเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้า และช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านการจัดการขยะ มีการใช้เซนเซอร์ตรวจวัดระดับปริมาณขยะในถังรองรับ เพื่อวางแผนเส้นทางเก็บขยะเฉพาะจุดที่เต็มแล้ว ช่วยประหยัดพลังงาน เวลา และต้นทุนการดำเนินงาน
เทคโนโลยีเพื่อดูแลผู้สูงอายุ (Tech that Cares)
สิงคโปร์ยังนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง ผ่านปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (IoT Personal Alert Button) ที่ติดตั้งในโครงการเคหะแห่งชาติ (HDB) เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน ผู้สูงอายุสามารถกดปุ่มเพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานช่วยเหลือและผู้ดูแลในพื้นที่ได้ทันที ซึ่งปัจจุบันได้ขยายการใช้งานไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
