รีเซต

ทำไมสนาม ส.ก. เดิมพันสูงกว่า ศึกชิง ผู้ว่าฯ กทม.

ทำไมสนาม ส.ก.  เดิมพันสูงกว่า ศึกชิง ผู้ว่าฯ กทม.
TNN ช่อง16
11 มิถุนายน 2569 ( 12:45 )

หลายคนอาจคิดว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คือสนามการเมืองท้องถิ่นที่ดุเดือดสุดของกรุงเทพฯ แต่ในปี 

2569 อาจไม่ใช่แค่นั้น เมื่อผลการแข่งขันผู้ว่าฯ กทม.ที่มีตัวเต็งชัดเจน 

ศึกสมาชิกสภากรุงเทพ หรือ  ส.ก. จึงกลายเป็นสนามที่ทุกพรรคการเมืองกำลังทุ่มเดิมพัน 

และอาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า คนกรุงเทพฯ ต้องการเลือกตัวแทนท้องถิ่นแบบไหน  

จะแตกต่างหรือเหมือนกับตัวแทนในระการเมืองระดับชาติหรือไม่ 

สนามเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต ยังเปิดกว้างให้ทุกพรรคการเมืองแข่งขันกันอย่างเข้มข้น 


เมื่อพรรคเพื่อไทยที่เคยคว้าที่นั่ง สก. ไป 20 ที่นั่ง มากที่สุด ในการเลือกตั้ง 2565 ตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครในสนามเลือกตั้งรอบนี้  

นั่นจึงเป็นโอกาสของคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนหวังเพิ่มจำนวนที่นั่ง ส.ก.ให้มากกว่า 14 ที่นั่ง ส่วน ประชาธิปัตย์ก็หวังทวงคืนฐานเสียงเมืองหลวงกลับคืนมา 


"สนามผู้ว่าฯ ครั้งนี้ อาจารย์ชัชชาติแทบไม่มีคู่แข่งที่สูสี จึงไม่ใช่สนามที่คนจับตาเหมือนในอดีต แต่สนาม ส.ก. ต่างออกไป เพราะทุกพรรคการเมืองกำลังทุ่มกำลังมาสู้กันในสนามนี้ จึงมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสูงกว่าที่หลายคนคิด"  รศ.ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการเชี่ยวชาญการเมืองท้องถิ่น ม.สุโขทัยธรรมาธิราช


รศ.ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการเชี่ยวชาญการเมืองท้องถิ่น ม.สุโขทัยธรรมาธิราช มองว่าศึกชิงเก้าอี้ ส.ก. เป็นบทพิสูจน์สำคัญของคนกรุงเทพฯ ในการเลือกระหว่างการเมืองเชิงนโยบาย กับ การเมืองเชิงพื้นที่  ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าผู้สมัครที่เป็นตระกูลการเมือง มีความผูกพันธ์ในพื้นที่ หรือเคยเป็นแชมป์เก่ายังมีความได้เปรียบต่อผู้สมัครรายอื่น

"การเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า คนกรุงเทพฯ จะเลือกการเมืองแบบไหน ระหว่าง 'พรรคแพลตฟอร์ม' ที่ขับเคลื่อนด้วยประเด็นใหญ่ระดับประเทศ กับ 'การเมืองแบบปฏิบัตินิยม' ที่เน้นแก้ปัญหาใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน"  รศ.ยุทธพร กล่าว




ในศึกชิงเก้าอี้ ส.ก. ทั้ง 50 เขต นักวิชาการมองว่าสิ่งที่คนกรุงเทพฯ ไม่ควรมองข้าม คือบทบาทของ ส.ก. ในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหารองค์กรที่มีงบประมาณมากกว่าหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระหว่างพรรคการเมือง แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง "พลังของแบรนด์พรรค" กับ "พลังของคนทำงานในพื้นที่"

และผลเลือกตั้งที่ออกมา จะไม่เพียงบอกว่าใครได้ครองสภากรุงเทพมหานคร

แต่ยังสะท้อนว่า คนกรุงเทพฯ ในปี 2569 ต้องการนักการเมืองแบบไหน ระหว่างคนที่นำเสนอนโยบายได้ดี กับคนที่เข้าถึงปัญหาในชุมชนได้จริง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง