สหรัฐฯ ลุยผลิตน้ำมันในเวเนฯ คาดช่วยลดต้นทุน ผู้ขุดบิตคอยน์ หนุนกำไรเพิ่ม

นักวิเคราะห์จากบิตฟิเน็กซ์ (Bitfinex) ระบุว่า การที่บริษัทสหรัฐฯ เข้าไปดำเนินการสกัดน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา อาจช่วยลดต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ขุดบิตคอยน์ ซึ่งจะส่งผลให้อัตรากำไรของธุรกิจขุดคริปโทเคอร์เรนซีปรับดีขึ้นในระยะถัดไป
Bitfinex มองว่า พลังงานที่มีราคาถูกลงและมีปริมาณมากขึ้นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของผู้ขุดบิตคอยน์ทั่วโลก และอาจนำไปสู่การขยายตัวของอุตสาหกรรมการขุดในระยะใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สามารถทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาวได้
ความคาดหวังดังกล่าวเกิดขึ้น หลังสหรัฐฯ เริ่มยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลาตั้งแต่เดือนธ.ค. และมีแนวโน้มที่จะเริ่มสกัดน้ำมันจากแหล่งสำรองน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ซึ่งมีปริมาณราว 3.03 แสนล้านบาร์เรล ภายหลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.)
ในปัจจุบัน เชฟรอน (Chevron) เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เพียงรายเดียวที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ในเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้บริษัทพลังงานรายใหญ่อื่น ๆ เข้าไปลงทุนและเริ่มการผลิตในประเทศดังกล่าวเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์ของ Bitfinex ประเมินว่า การแทรกแซงของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานในทันที และก่อให้เกิดผลทางอ้อมต่อบิตคอยน์และตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในวงกว้าง โดยระบุว่า เพียงนำแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลามาใช้เพียงบางส่วน ก็อาจส่งผลต่อระดับราคาพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันให้กับผู้ขุดบิตคอยน์ ซึ่งกำลังเผชิญกับอัตรากำไรที่ลดลงจากราคาบิตคอยน์ที่ร่วงลงราว 25% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับความยากในการขุดที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
