สรุปชัดแผนคลัง! ปรับตัวรับมือของแพง-โลกวุ่นวาย ไทยต้องอยู่รอดให้ได้

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยกำลังถูกปรับไปสู่การวางแผนระยะยาวมากขึ้น เพื่อตอบรับความไม่แน่นอนจากทั้งปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ เทคโนโลยี และพลังงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในเวทีสัมมนา THE LONG GAME ว่า ที่ผ่านมา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมักเน้นตัวเลขการเติบโตในแต่ละปีเป็นหลัก แต่บริบทโลกในปัจจุบันแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน จากทั้งมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในช่วงก่อนหน้า และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและพลังงานทั่วโลก
นายเอกนิติระบุว่า สิ่งสำคัญในช่วงเวลานี้ คือการทำความเข้าใจรูปแบบการแข่งขันใหม่ของโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวได้ทันและวางตำแหน่งทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม โดยเป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่ที่การประคองตัวให้อยู่รอด แต่ต้องมุ่งไปสู่การเติบโตในระยะยาว
สำหรับปัจจัยหลักที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก มีอยู่ 3 ด้าน โดยด้านแรกคือภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมากขึ้น ประเทศมหาอำนาจใช้มาตรการทางการค้าและภาษีเป็นเครื่องมือ ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตและการลงทุน ซึ่งไทยเคยได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานของญี่ปุ่นในอดีต และปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการย้ายฐานมายังอาเซียนอีกครั้ง โดยไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านความเป็นกลาง โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การดึงดูดการลงทุนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่น เพื่อให้การลงทุนเกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ด้านที่สองคือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะแรงงานให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Cloud และบริการด้าน AI ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน
ด้านที่สามคือพลังงานสะอาด ซึ่งได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้หลายประเทศเร่งปรับตัวไปสู่พลังงานทางเลือก โดยไทยจำเป็นต้องเร่งลงทุนในระบบพลังงานสะอาด เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมใหม่ เช่น การพัฒนาไบโอพลาสติกจากเอทานอล
นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในทั้งสามด้านต้องอยู่บนหลักการสำคัญ ได้แก่ การเติบโตที่กระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง การรักษาวินัยทางการคลังภายใต้ข้อจำกัดด้านหนี้สาธารณะ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในอีกมุมหนึ่ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือนรถไฟที่ยังใช้รางเดิม ขณะที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเริ่มลดลง จากอัตราการเติบโตที่เคยสูงในอดีตลดลงต่อเนื่องในช่วงหลัง
ข้อมูลชี้ว่าภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งมีสัดส่วนสูงในระบบเศรษฐกิจ กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากการแข่งขันและต้นทุนทางการเงิน โดยมีอัตราหนี้เสียในระดับสูงกว่าธุรกิจรายใหญ่ ส่งผลให้ต้นทุนสินเชื่อเพิ่มขึ้นและกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
แนวทางที่ถูกเสนอคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การยกระดับทักษะแรงงาน และการเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบาย ว่าจะเดินหน้าภายใต้โครงสร้างเดิม หรือปรับระบบนิเวศทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่เชื่อมโยงและมีเสถียรภาพมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
