ผู้ว่าโคราชปิดศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์ เหยื่อเครนทับรถไฟ ดับ 30 ราย

วันนี้ (18 ม.ค. 2569) เวลา 11.00 น. อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย วิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟ ที่จังหวัดนครราชสีมา ณ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลังสามารถยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตได้ครบถ้วน
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การจัดการเหตุการณ์เป็นไปด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การลำเลียงผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากพื้นที่สีคิ้ว เข้ารับการรักษาและพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล จนสามารถส่งมอบร่างให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้อย่างรวดเร็วและสมเกียรติ
ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้เปิดดำเนินการระหว่างวันที่ 15–18 มกราคม และสามารถยืนยันร่างผู้เสียชีวิตครบทั้ง 30 ราย โดยจะส่งมอบให้ญาติครบทั้งหมดภายในวันนี้ พร้อมดูแลด้านอาหาร ที่พัก และการเคลื่อนย้ายร่างกลับภูมิลำเนา โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา
ข้อมูลผู้ประสบเหตุพบว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ 157 คน และพนักงานรถไฟ 5 คน รวมถึงคนงานของบริษัทผู้รับเหมาได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 4 คน รวมผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด 161 คน มีผู้เสียชีวิต 30 ราย ผู้บาดเจ็บ 71 ราย และยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 16 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4 ราย รวมถึงเด็กอายุ 1 ขวบ 10 เดือน ซึ่งอาการดีขึ้นตามลำดับ
ขณะที่ พิฐชญาณ์ จิรัญญ์โรจน์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ระบุว่า การตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลใช้ทั้งลายนิ้วมือและ DNA ยืนยันผู้เสียชีวิตครบทั้ง 30 ราย โดยชิ้นส่วนอวัยวะ 13 ชิ้นที่พบ เป็นของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม
ในส่วนการเยียวยา ผู้เสียชีวิตแต่ละรายจะได้รับเงินช่วยเหลือรวมรายละ 1,773,000 บาท จากหลายแหล่ง ทั้งเงินสงเคราะห์พระราชทาน กรมธรรม์ประกันภัย เงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ และเงินเยียวยาจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย รวมถึงบริษัทผู้รับเหมาอิตาเลียนไทย
ด้านการฟื้นฟูพื้นที่เกิดเหตุ นายระพี ชมหนองโพธิ์ ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า จะเร่งเคลียร์พื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ และซ่อมแซมรางให้สามารถกลับมาเปิดเดินรถได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยความเสียหายของตู้รถไฟ 2 ตู้มีมูลค่ากว่า 105 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเยียวยาและค่าเสียโอกาส ซึ่งการรถไฟจะรวบรวมเรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมดจากผู้รับเหมา
ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าการเดินทางด้วยระบบรางยังคงมีความปลอดภัย และจะเร่งออกมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในช่วงที่มีการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
