รีเซต

สรรพสามิตเปิดตัว "Wine Fast Track" เช็กภาษีล่วงหน้าผ่านแอปฯ หิ้วไวน์เข้าไทยง่ายกว่าเดิม

สรรพสามิตเปิดตัว "Wine Fast Track" เช็กภาษีล่วงหน้าผ่านแอปฯ หิ้วไวน์เข้าไทยง่ายกว่าเดิม
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 17:17 )

ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการพัฒนา “ระบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าสำหรับสุราแช่ชนิดไวน์ (Wine Fast Track)” โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากร 



เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่นำไวน์ติดตัวเข้ามาจากต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการลดระยะเวลาการดำเนินการ 


เพื่อลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลด้วยเอกสาร และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล ภายใต้ระบบ Wine Fast Track ผู้โดยสารที่นำสุราแช่ชนิดไวน์ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร ในปริมาณเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร สามารถตรวจสอบข้อมูลมูลค่าของสินค้า ภาษีสรรพสามิต อากรศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีท้องถิ่น 



รวมถึงเงินนำส่งเข้ากองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันรายการสินค้าและค่าภาษีอากรที่ต้องชำระผ่านระบบได้โดยตรงในการใช้งานระบบ Wine Fast Track ผู้โดยสารสามารถเข้าใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตที่www.excise.go.th รวมถึงผ่าน Mobile Application บนระบบ Android สำหรับระบบ iOS จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ 


พร้อมทั้งกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ยืนยันรายการสินค้าและค่าภาษีอากรล่วงหน้าผ่านระบบ ก่อนเข้ารับบริการด้านพิธีการศุลกากร จากนั้น จึงเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลและชำระค่าภาษีอากรกับเจ้าหน้าที่ ณ ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to declare) หรือช่องแดง 


ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและดำเนินการจัดเก็บค่าภาษีอากรเรียบร้อยแล้ว จะจ่ายแสตมป์สรรพสามิต เพื่อนำไปปิดบนขวดไวน์ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงการชำระภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมาย 



ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศทราบเพิ่มเติมว่า กรณีนำสุราทุกประเภทติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณไม่เกิน 1 ลิตร จะได้รับยกเว้นภาษี และสามารถผ่านช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง หรือช่องเขียวได้ทันที


ส่วนกรณีนำสุราทุกประเภทติดตัวเข้ามาในปริมาณเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง หรือช่องแดง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ชำระค่าภาษีอากร และรับแสตมป์สรรพสามิตเพื่อนำไปปิดบนขวดสุราต่อไป


อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมสรรพสามิตจะเดินหน้าพัฒนาระบบบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดเก็บภาษีที่ถูกต้อง เป็นธรรม และได้มาตรฐานสากล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง