รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 20 ส.ค. 2569 ปิดเพิ่มขึ้น 119.65 จุด ได้แรงหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 20 ส.ค. 2569 ปิดเพิ่มขึ้น 119.65 จุด ได้แรงหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
TNN ช่อง16
20 สิงหาคม 2569 ( 07:19 )
8

ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก 20 ส.ค. 2569

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (19 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของหุ้น Moderna ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ ยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้นด้วย

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,463.05 จุด เพิ่มขึ้น 119.65 จุด หรือ +0.22%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,707.98 จุด เพิ่มขึ้น 16.22 จุด หรือ +0.21%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,331.09 จุด เพิ่มขึ้น 41.38 จุด หรือ +0.16%

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันพุธว่า ทางกระทรวงฯ จะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยจะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนัก

การประกาศของกระทรวงการคลังเป็นการส่งสัญญาณว่า กระทรวงฯ ตระหนักถึงปัญหาด้านสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว และพร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนักหลังจากการประกาศดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 4.647% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 5.196%

นักวิเคราะห์จาก BMO Private Wealth กล่าวว่า นักลงทุนคลายความวิตกกังวลหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการสนับสนุนดังกล่าว เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้ต่างก็ออกตราสารหนี้และใช้เงินสดเพื่อเป็นทุนในการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการ AI

ความเคลื่อนไหวหุ้นรายตัว

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 3.52% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 2.14% ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 0.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง 0.7%

หุ้น Moderna ทะยานขึ้นเกือบ 177% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 หลังจากบริษัทประกาศว่า ผลการทดลองระยะสุดท้ายพบว่ายารักษาโรคมะเร็งชนิด mRNA ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท Merck ช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (melanoma)

ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้น Merck พุ่งขึ้น 12.6% ซึ่งเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์สูงที่สุดในดัชนีดาวโจนส์ และสูงเป็นอันดับสามใน S&P500

นอกจากนี้ การทะยานขึ้นของหุ้น Moderna ยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยหุ้น Novavax พุ่งขึ้น 10.8% และหุ้น BioNTech ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 22%

แม้หุ้นส่วนใหญ่กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง แต่หุ้น Marvell Technologies พุ่งขึ้น 9.9% หลังบริษัทประกาศว่าจะช่วยพัฒนาชิปแบบสั่งทำพิเศษของ Google และได้เสนอสิทธิให้ Google สามารถซื้อหุ้นของ Marvell เป็นมูลค่าสูงถึง 1.22 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ปิดตลาดขยับขึ้น 0.2%

หุ้น Target ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีก ปรับตัวขึ้น 4.3% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายรายปี ขณะที่หุ้น Lowe’s ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกเช่นกัน ดีดตัวขึ้น 2% แม้บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรายปีก็ตาม

หุ้น Estée Lauder บริษัทผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ พุ่งขึ้น 16.3% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรรายปีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลสตรีทคาดการณ์ไว้

นักลงทุนแทบไม่มีปฏิกิริยาต่อรายงานการประชุมประจำเดือนกรกฎาคมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่บ่งชี้ว่ากรรมการเฟดมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยกรรมการหลายคนกล่าวว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ลดลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง