รีเซต

เปิดโปงเครือข่ายค้า "บิลภาษีเถื่อน" ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท

เปิดโปงเครือข่ายค้า "บิลภาษีเถื่อน" ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท
TNN ช่อง16
17 สิงหาคม 2569 ( 13:17 )
25

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ "Anti Ghost Bill ทะลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ" เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 

ปฏิบัติการดังกล่าวได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุดในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ และชัยภูมิ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลางได้ครบทั้ง 3 ราย , เครือข่ายนี้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทนอมินีด้วยทุนจดทะเบียนสูงถึง 400 ล้านบาท และสร้างความเสียหายต่อระบบการจัดเก็บภาษีและเศรษฐกิจของประเทศไม่ต่ำกว่า 360 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยมีกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลลักลอบขายใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ตัวแทนขายที่ใช้ชื่อในวงการว่า ‘อ้อ รฐา’ เป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าในลักษณะกลุ่มปิด ใบกำกับภาษีปลอมถูกออกในนามบริษัทที่มีนายปาณเดชา (สงวนนามสกุล) เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เมื่อมีการตกลงซื้อขาย ลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีม้าของนายคณพศ (สงวนนามสกุล) ก่อนที่เงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีของนายปาณเดชาเพื่อกระจายรายได้ และจ่ายค่าตอบแทนให้ ‘อ้อ รฐา’ ผ่านระบบไปรษณีย์ไทย 

เครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนจากการขายบิลภาษีเถื่อนกว่า 300-400 ล้านบาทต่อปี การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย นางรฐา อายุ 61 ปี ซึ่งถูกจับกุมที่คอนโดมิเนียมย่านพระราม 3 กรุงเทพมหานคร นายคณพศ อายุ 50 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และนายปาณเดชา อายุ 33 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้กว่า 200 รายการ อาทิ ใบกำกับภาษี 105 ฉบับ, รายงานภาษีซื้อ-ขาย 12 แฟ้ม, สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม, ตราประทับบริษัท 18 ตรา, และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือรวม 35 เครื่อง 

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออก" ตามประมวลรัษฎากร ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี ต่อ 1 กรรม ชุดสืบสวนระบุว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระเป็นจำนวนหลายกรรม การปฏิบัติการนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการทวงคืนภาษีชาติและรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง