MTC-TIDLOR หุ้นเด่นกลุ่ม Non-bank รับสินเชื่อโต คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #MTC-TIDLOR หุ้นเด่นกลุ่ม Non-bank รับสินเชื่อโต คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง
บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงคำแนะนำ “Neutral” ต่อกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) แม้มองว่าสินเชื่อยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและคุณภาพสินทรัพย์ทรงตัวในระดับที่ดี โดยเลือก บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งและระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ
ฝ่ายวิจัยคาดว่ากลุ่ม Non-bank จะมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อในช่วงปี 2569-2571 อยู่ในกรอบ -2.0% ถึง +12% โดยกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยังเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มโดดเด่นที่สุด หลังผู้ประกอบการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและควบคุมอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ MTC, บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD และ TIDLOR มีแนวโน้มเติบโตของสินเชื่อในระดับ 6.0-12.0% ต่อปีในช่วงปี 2569-2571
ในทางกลับกัน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC มีแนวโน้มเติบโตต่ำที่สุดในกลุ่ม โดยคาดว่าสินเชื่อจะเปลี่ยนแปลง -2.0%, +1.0% และ +1.5% ในปี 2569, 2570 และ 2571 ตามลำดับ เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อมากกว่า 95% เป็นสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ฝ่ายวิจัยมองว่า MTC และ TIDLOR มีพัฒนาการที่โดดเด่น โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงปี 2567-2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้เสีย ขณะที่อัตราส่วน NPL ของ SAWAD ยังอาจไม่ผ่านจุดสูงสุด และ KTC มี NPL เพิ่มขึ้นจาก 1.8% ในไตรมาส 4/2568 เป็น 2.0% ในไตรมาส 1/2569
ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าการกำหนดเกณฑ์ LTV อย่างระมัดระวังและระบบบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดของ MTC และ TIDLOR จะช่วยให้คุณภาพสินทรัพย์ทรงตัวในระดับแข็งแกร่ง และสนับสนุนให้อัตราการตั้งสำรองหนี้สูญทยอยลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการทำกำไรในระยะถัดไป
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ คาดว่ากลุ่ม Non-bank จะมีกำไรสุทธิเติบโต 3.4-12.6% ในช่วงปี 2569-2571 โดย KTC มีแนวโน้มเติบโตต่ำสุดที่ 0.2-3.4% ขณะที่ MTC คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงที่สุดในกลุ่มที่ 11.9-12.6% ต่อปี ส่วน TIDLOR และ SAWAD มีแนวโน้มเติบโตในระดับ 8.7-11.3% ต่อปี
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MTC ด้วยราคาเป้าหมาย 45.00 บาท จากแนวโน้มกำไรต่อหุ้นที่คาดเติบโต 12.1-12.8% ในช่วงปี 2569-2571 ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 ถึงไตรมาส 4/2568 โดยหุ้นซื้อขายที่ระดับ P/BV เพียง 1.2 เท่าในปี 2569 เทียบกับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่อยู่ในระดับสูง 15.2-16.0% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ประมาณ 9%
ขณะที่ TIDLOR ยังคงได้รับคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท หลังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 และเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืน สะท้อนความมุ่งมั่นในการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยฝ่ายวิจัยคาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่งในช่วงปี 2569-2571 ขณะที่มูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับน่าสนใจที่ P/BV 1.3 เท่า และ P/E 9.4 เท่า ในปี 2569
แม้ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมอง Neutral ต่อกลุ่ม Non-bank เนื่องจาก ROE มีแนวโน้มลดลงในช่วงปี 2569-2571 แต่การซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.92 เท่าในปี 2569 ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 1.8 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของกลุ่มยังคงเป็นการปรับลดลงของราคารถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสอง รายได้ภาคเกษตรที่อ่อนแอ และอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน ปัจจัยบวกเพิ่มเติมอาจมาจากการที่ผู้บริโภคหันมาใช้บริการสินเชื่อจากผู้ประกอบการ Non-bank มากขึ้นแทนการกู้ยืมจากธนาคาร มาตรการร่วมจ่ายของภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนต่อการเติบโตของกลุ่มในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
