รีเซต

คณบดีศิริราช เชื่อโควิด-19 ระลอกใหม่ ไม่ระบาดแรงเท่าสายพันธุ์เดลต้า

คณบดีศิริราช เชื่อโควิด-19 ระลอกใหม่ ไม่ระบาดแรงเท่าสายพันธุ์เดลต้า
TNN ช่อง16
5 กรกฎาคม 2565 ( 14:41 )
78
คณบดีศิริราช เชื่อโควิด-19 ระลอกใหม่ ไม่ระบาดแรงเท่าสายพันธุ์เดลต้า

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประเมินสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในขณะนี้โดยเชื่อว่าอีกไม่เกิน 1 เดือนโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 จะเป็นสายพันธุ์หลักในไทย

เพราะมีโอกาสจะได้รับเชื้อสายพันธุ์นี้ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าการระบาดจะไม่รุนแรงเท่ากับสายพันธุ์เดลต้า พร้อมย้ำให้ประชาชนกลับมาปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ป้องกันการติดเชื้อ 

วันนี้ (5 ก.ค.65) ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์สถานการณ์โควิดที่เริ่มกลับมาพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงขึ้น โดยเชื่อว่าการระบาดของเชื้อวิด-19 สายพันธุ์ "โอมิครอน" จะไม่กลับไปรุนแรงเทียบเท่าช่วงสายพันธุ์เดลต้าระบาด

เพราะคนไทยฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก แต่ยอมรับว่ายังมีจุดอ่อนที่การผ่อนปรนการสวมใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งอาจทำให้การแพร่ระบาดกลับมาพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นควรจะกลับมาสวมหน้ากากอนามัยเคร่งครัดเหมือนเดิม

ส่วนกรณีกระทรวงสาธารณสุขออกหนังสือแจ้งเตือนโรงพยาบาลเตรียมรับมือโควิดอีกรอบ มองว่าเป็นหนังสือที่ควรจะออกแจ้งเตือนรับมือนานแล้ว เพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก 

เชื่อว่า ไม่เกิน 1 เดือน โควิดสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 จะเป็นสายพันธุ์หลักในไทย เพราะมีโอกาสจะได้รับเชื้อสายพันธุ์นี้ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหากมีการตรวจหาเชื้อน้อยลง โอกาสแพร่กระจายจะเพิ่มขึ้น

ส่วนแนวทางเตรียมการรักษาของโรงพยาบาล มองว่า มี 3 เงื่อนไข อันดับแรก กรณีฉีดวัคซีนครบ กรณีที่ 2 คืออาการไม่รุนแรง และกรณีที่ 3 คือไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง คือไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล สามารถจัดส่งยาที่บ้านได้

โดยจากข้อมูลที่โรงพยาบาลที่ติดตามคนป่วยรักษาที่บ้าน พบว่าหลังการติดเชื้อผ่านไป 5 วัน พบผลตรวจ ATK จากผลบวกกลายเป็นลบ ซึ่งแสดงว่าผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง และ น่าจะเป็นกลุ่มได้รับวัคซีนครบ หรือเข็มกระตุ้น

สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด ที่โรงพยาบาลศิริราช ยังคงมีเข้านอนรักษาที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้น แต่ไม่เกินระบบบริการสุขภาพ ยังมีเตียงรองรับผู้ป่วยเพียงพอ แต่ผู้ป่วยหนักไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนช่วงมีผู้ป่วยสายพัรธุ์เดลตา ส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่ม ที่ป่วยโรคอื่นเข้ารับรักษาโรงพยาบาลแล้วตรวจเจอ และ มาจากกลุ่มเสี่ยงที่รับวัคซีนยังไม่ครบ

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทย เข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ (Post-Pandemic) ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจากนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด-19 เหมือนอย่างโรคอื่นๆ ซึ่งหมายความว่า ยังสามารถพบการติดเชื้อได้ 

แต่ความรุนแรงของโรคลดลง การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (รพ.) จะไม่มากเกินระบบสาธารณสุขที่มีจะรองรับได้ โดยจากการผ่อนคลายมาตรการ เปิดกิจการและกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

รวมถึงมีการเปิดประเทศ ทำให้มีผู้เดินทางเข้าประเทศมากขึ้น อาจพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นระลอกเล็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะไม่ใช่การระบาดใหญ่ ทั้งนี้ สธ.มีการเตรียมความพร้อมรองรับตามแนวทาง 3 พอ คือ หมอพอ เตียงพอ ยาและเวชภัณฑ์พอ

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่าขณะนี้ยังคงแจ้งเตือนภัยโควิด-19 ในระดับ 2 ยังไม่จำเป็นต้องยกระดับการแจ้งเตือน โดยในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด เน้น 2มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการป้องกันโรค เช่น เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย

และมาตรการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม โดยเฉพาะเข็มกระตุ้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ช่วยป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต รวมทั้งลดการเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยหนักใน โรงพยาบาล และระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้.


ภาพจาก AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง