เจาะชีวิต "เดอะแบก" ค่าใช้จ่ายมนุษย์หมื่นสอง เมื่อภาระรอบด้าน "ล็อกอนาคต"

คำว่า "เดอะแบก" ไม่ใช่แค่คำนิยามขำๆ ในโซเชียลมีเดีย แต่คือความจริงอันแสนสาหัสของแรงงานไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้อ้างอิงจากฐานค่าจ้างและเงินเดือนเฉลี่ยระดับแค่หมื่นต้นๆ
สะท้อนชัดจากกระแสไวรัลล่าสุดในโลกออนไลน์กับ คลิปวิดีโอชายหนุ่มที่น้ำตาอาบหน้า บอกเล่าถึงความยากลำบากของการมีเงินเดือนเพียงแค่ 12,000 บาท แต่กลับต้องโดนภาระครอบครัวกลืนกิน จนค่าใช้จ่ายแทบไม่เหลือพอประทังชีวิตส่วนตัว
คลิปนี้กลายเป็นเรื่องราวที่สะท้อนใจคนรุ่นใหม่ในสังคม เพราะ มีคนจำนวนมหาศาลที่กำลังเผชิญชะตากรรมในสภาวะเดียวกัน การจัดสรรงบประมาณของเงิน “หมื่นสอง” จึงกลายเป็นการต่อสู้ดิ้นรนที่ไม่มีช่องว่างให้ความผิดพลาดแม้แต่บาทเดียว เรามาดูกันว่าหากใช้ชีวิตในเมืองหลวง เหล่า “เดอะแบก” เงินเดือนหมื่นสองต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง
รายได้น้อยนิดกับ "รายจ่ายมหาศาล"
หากมองภาพรวมทั้งประเทศตามสถิติล่าสุด จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจ และ สังคมของครัวเรือน ในปี 2568 ในช่วง 6 เดือนแรกระบุว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 28,151 บาท และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 21,984 บาทต่อเดือน ซึ่งดูเหมือนว่ายังมีส่วนต่างให้พอมีเงินออม
แต่สำหรับ เดอะแบก ที่ตัวคนเดียวและมีรายได้เพียง 12,000 บาท ภาพความจริงจะถูกบีบอัดลงทันที เพราะค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคพื้นฐานถูกล็อกไว้ด้วยกลไกตลาด โดยค่าอาหาร เครื่องดื่ม และ ยาสูบ ในมวดนี้ กินสัดส่วนสูงสุดถึง 8,118 บาทต่อเดือน
ขณะที่หมวดที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ในบ้าน เฉลี่ยอยู่ที่ 4,678 บาทต่อเดือน สำหรับค่าเดินทางและยานพาหนะอยู่ราว ๆ 3,405 บาทต่อเดือน สุดท้ายคือรายจ่ายไม่เกี่ยวกับการบริโภค (ภาษี, ดอกเบี้ย, ประกัน, หวย): 2,927 บาทต่อเดือน
เพียงแค่ค่าใช้จ่ายพื้นฐานเฉลี่ยในสังคมก็ทะลุ 20,000 บาทเข้าไปแล้ว มนุษย์เงินเดือนหมื่นสองในกรุงเทพฯ จึงต้องหั่นสับและจำกัดจำเขี่ยรายจ่ายในชีวิตประจำวันให้อยู่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำอย่างน่าใจหาย
ยุคที่อาหารจานเดียวแตะ 50 บาท
วิกฤตการณ์รากหญ้าที่เห็นได้ชัดที่สุดมาจากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่สำรวจสินค้ากว่า 1,396 รายการ พบว่ามีสินค้าปรับตัวสูงขึ้นถึง 136 รายการ โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ดันให้อัตราเงินเฟ้อดีดตัวสูงขึ้น 2.89% ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 38 เดือน
ผลกระทบนี้ส่งตรงถึงจานอาหารของเดอะแบกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมนูบ้านๆ ไม่ได้หรูหรา มีการปรับราคาขึ้นถึง 10 - 25% จากเดิมที่เคยหาทานได้ในราคา 30 ข 40 บาท ปัจจุบันพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 50 บาทต่อจาน ได้แก่ ข้าวผัดกะเพรา / ข้าวมันไก่ / ข้าวหมูแดง / ข้าวผัด/ก๋วยเตี๋ยว / ผัดซีอิ๊ว / ราดหน้า / ส้มตำ
หากลองคำนวณดูว่า กินอาหารจานเดียวมื้อละ 50 บาท ครบ 3 มื้อ = 150 บาท/วัน เมื่อรวมระยะเวลา 30 วัน จะต้องใช้เงิน 4,500 บาทต่อเดือน คิดเป็นเกือบ 40% ของเงินเดือนทั้งหมด
และนี่คือการกินเพื่ออยู่ โดยยังไม่นับรวมค่าน้ำดื่ม ขนม หรือกาแฟสักแก้ว
ห้องเช่าราคาประหยัดทำเลแลกชีวิต
เมื่อเงินเดือน 12,000 บาท ไม่สามารถเอื้อมถึงคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองได้ ทางเลือกเดียวของเดอะแบกคือการพึ่งพาฐานข้อมูลตลาดห้องเช่าจริงจากแพลตฟอร์ม RentHub และ Hongpak ซึ่งจำแนกออกเป็น 2 ทางเลือกหลัก
กลุ่มงบประหยัด (1,500 - 2,500 บาท/เดือน)
ต้องยอมรับสภาพห้องพัดลมหนาแน่นในย่านนอกเมืองหรือชุมชนเก่า เช่น เขตดินแดง (ซอยประชาสงเคราะห์), เขตบางนา (ซอยแบริ่ง/ลาซาลตอนลึก), เขตลาดกระบัง (เคหะร่มเกล้า) หรือย่านฝั่งธนบุรีอย่างบางแคและภาษีเจริญ การอยู่ในราคานี้ช่วยให้รอดชีวิต แต่ต้องแลกมาด้วยความแออัดและการเดินทางที่ไกลขึ้น
กลุ่มอพาร์ตเมนต์มาตรฐาน (3,000 - 4,500 บาท/เดือน)
หากอยากได้ห้องแอร์ในทำเลขยับเข้าใกล้แนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย (เช่น ลาดพร้าว, จอมทอง ซอยกำนันแม้น, หรือประเวศ ย่านรามคำแหง 2) ค่าเช่าจะกินเงินไปทันที 25–35% ของรายได้ และส่วนใหญ่มักเป็นทำเลที่ยังไม่ติดสถานี ทำให้มีต้นทุนแฝงจากการเดินทางระลอกสองตามมา
ค่าเดินทางอุปสรรคใหญ่ของชีวิต “ทุกก้าวคือค่าใช้จ่าย”
ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ มีโครงสร้างราคาที่ชัดเจน และกลายเป็นโจทย์เลข ที่เดอะแบกต้องคิดคำนวณทุกวัน โดยรถเมล์ ทางเลือกเซฟเงินที่สุด รถร้อนครีม-แดง ราคา 8 บาทตลอดสาย (กะสว่าง 9.50 บาท) ส่วนรถแอร์และรถไฟฟ้า NGV อยู่ที่ 12 - 25 บาทตามระยะทาง
ขณะที่รถไฟฟ้า BTS เส้นทางหลักราคา 17-47 บาท (รวมส่วนต่อขยายสูงสุด 62-65 บาท) และ MRT สายสีน้ำเงินสูงสุด 44 บาท แม้จะมีนโยบายควบคุมตั๋วร่วมไม่เกิน 45 บาทในอนาคต แต่การขึ้น - ลงทุกวันก็ยังเป็นภาระที่หนักหน่วง
หากเลือกวิถีง่ายๆ อย่าง รถสองแถวประจำซอยก็จะใช้เงิน 8-10 บาท ส่วนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเฉลี่ยที่ 15-40 บาทต่อเที่ยว
กหากเดอะแบกเลือกอยู่หอพักราคาถูกในซอยลึก การเดินทางใน 1 วันอาจต้องจ่าย ค่าวินมอเตอร์ไซค์ออกปากซอย 20 บาท + ต่อรถไฟฟ้าไปทำงาน 35 บาท ทั้งไปและกลับ ตกวันละ 110 บาท คิดเป็น 2,420 บาทต่อเดือน (คำนวณที่การทำงาน 22 วัน) ซึ่งกินเงินไปเกือบ 20% ของเงินเดือน
เพื่อความอยู่รอด กลุ่มพนักงานเงินเดือนหมื่นต้น ๆ จึงต้องยอมตื่นเช้ากว่าเดิมหลายชั่วโมง เพื่อยืนรอ "รถเมล์ร้อน 8 บาท" หรือรถสองแถว เพื่อควบคุมงบไม่ให้เกินชะตากรรมของกระเป๋าตังค์
สรุปภาพรวมชีวิตในงบ 12,000 บาท รอด-ไม่รอด?
หากลองกางตัวเลขแบบประหยัดขั้นสุด (อยู่ห้องพัดลม 2,000 บาท + ค่าน้ำไฟ 500 บาท + ค่าอาหาร 4,500 บาท + ค่าเดินทางรถเมล์/สองแถว 1,500 บาท + ค่าของใช้ส่วนตัว 500 บาท) ยอดรวมจะตกอยู่ที่ประมาณ 9,000 บาท
มนุษย์หมื่นสอง จะเหลือเงินติดกระเป๋าเพียง 3,000 บาท สำหรับเผชิญหน้ากับความเสี่ยงทุกรูปแบบในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นค่าภาษีสังคม, ค่าของขวัญ, ค่าสลากกินแบ่ง/หวยเพื่อซื้อความหวัง (ซึ่งสถิติชี้ว่าคนไทยจ่ายส่วนนี้รวมกันในหมวดไม่ใช่อุปโภคถึง 2,927 บาท) หรือแม้กระทั่งยามเจ็บป่วย
และเมื่อคำว่า เดอะแบก หมายถึงการต้องแบกรับครอบครัวไว้ข้างหลังด้วย เงิน 3,000 บาทที่เหลือนั้นจึงมักจะถูกส่งต่อออกไปจนตัวเองไม่เหลืออะไรเลย น้ำตาของชายหนุ่มในคลิปไวรัลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความอ่อนแอ แต่คือภาพสะท้อนความตึงเครียดของมนุษย์เงินเดือนหมื่นสองในเมืองหลวง ที่ต้องใช้ความอดทน ป็นต้นทุนหลัก เพื่อให้เข็มนาฬิกาชีวิตยังคงเดินต่อไปได้ในแต่ละวัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
