อนามัยโลกจี้ชาติร่ำรวยหยุดแซงคิว-กอบโกยวัคซีน วอนสละให้ชาติยากจนเข้าถึงบ้าง

อนามัยโลกจี้ชาติร่ำรวยหยุดแซงคิว-กอบโกยวัคซีน วอนสละให้ชาติยากจนเข้าถึงบ้าง
มติชน
9 มกราคม 2564 ( 13:54 )
41
อนามัยโลกจี้ชาติร่ำรวยหยุดแซงคิว-กอบโกยวัคซีน วอนสละให้ชาติยากจนเข้าถึงบ้าง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยหยุดแซงคิวและลดการทำข้อตกลงกับบริษัทผู้ผลิตเพื่อกอบโกยเอาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่มีการผลิตออกมาในระลอกแรกไป โดยผู้นายกีบรีเยซุลชี้ว่าชาติร่ำรวยได้เร่งฉกฉวยเอาวัคซีนต้านโควิดที่ผลิตออกมาได้ส่วนใหญ่ไปตั้งแต่แรก ซึ่งยังทำให้ราคาวัคซีนพุ่งสูงขึ้นสำหรับทุกคนที่ต่างกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

 

นายกีบรีเยซุส กล่าวในเรื่องนี้ระหว่างแถลงข่าวระบบทางไกลจากสำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลกที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์(8 ม.ค.)ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้แต่ละประเทศที่สั่งจองซื้อวัคซีนต้านโควิดไว้จำนวนมากเกิน ให้ปล่อยวัคซีนมาให้กับ โคแวกซ์ ซึ่งเป็นการโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ทุกคนทั่วโลกเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน

 

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า เป็นปัญหาชัดเจนว่าประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งชาติร่ำรวยได้กว้านสั่งซื้อวัคซีนไปจำนวนมากตั้งแต่แรก โดย 42 ประเทศที่เริ่มทำการแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโควิด-19 กันไปแล้ว ในจำนวนนนี้ 36 ประเทศเป็นชาติที่มีรายได้สูง และอีก 6 ประเทศเป็นชาติที่มีรายงานได้ปานกลาง ตนจึงขอให้ประเทศที่ทำสัญญาสั่งซื้อวัคซีนมากเกินจำเป็นและควบคุมจัดหาวัคซีนในทั่วโลก ได้ร่วมกันบริจาคและปล่อยวัคซีนในทันทีให้กับทางโคแวกซ์ที่พร้อมจะแจกจ่ายวัคซีนออกไปโดยเร็ว และขอให้ประเทศต่างๆและผู้ผลิตวัคซีนยุติการทำข้อตกลงกันที่จะส่งผลกระทบต่อโคแวกซ์

 

ทั้งนี้ โครงการโคแวกซ์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การอนามัยโลก ได้ทำข้อตกลงจัดหาวัคซีนต้านโควิดได้แล้วจำนวน 2,000 ล้านโดส โดยโคแวกซ์มีเป้าหมายที่จะจัดหาวัคซีนมาให้ได้ในสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ภายในปลายปีนี้ โดยมีเงินสนับสนุนครอบคลุมถึงเขตเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่ำและรายได้ต่ำถึงปานกลางจำนวน 92 แห่งที่เข้าร่วมในโครงการนี้

 

ด้านนายบรูซ อาลเวิร์ด หัวหน้าโครงการโคแวกซ์ กล่าวว่า การแจกจ่ายวัคซีนในตอนนี้ ยังปล่อยให้ประชากรผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางและบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นแนวหน้าในประเทศยากจน มีความเสี่ยงต่อไวรัสโควิด-19 มากขึ้นต่อ โดยขณะที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของชาติที่มีรายได้สูงในโลกได้รับการฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่ประเทศที่มีรายได้ต่ำยังอยู่ศูนย์เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งไม่เท่าเทียมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง