โบรกสแกน 7 หุ้นสุดฮอตเก็งกำไร

โบรกสแกน 7 หุ้นสุดฮอตเก็งกำไร
TNN Wealth
14 มิถุนายน 2564 ( 09:49 )
36
โบรกสแกน 7 หุ้นสุดฮอตเก็งกำไร

โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์ ประเมินแนวรับ 1,606 – 1,635 จุด แนวต้าน 1,644 จุด สกรีน 7 หุ้นสุดฮอตเก็งกำไรระหว่างรอผลประชุมเฟดลดหรือไม่ลดคิวอี รู้ผล 17 มิ.ย. นี้

 

 

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ( 14 มิ.ย.- 18 มิ.ย.) ประเมินว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัว Side way ในกรอบแนวรับ 1,606 – 1,635 จุด และแนวต้าน 1,644 จุด เนื่องจากรอความชัดเจนการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐ โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 15 มิ.ย.-16 มิ.ย. ซึ่งไทย จะรู้ผลเช้ามืดวันที่ 17 มิ.ย.นี้

 

ทั้งนี้มองใน 2 ประเด็นหลักคือ 1. Fed ส่งสัญญาณว่าเริ่มใช้นโยบายการเงินตึงตัว อาทิ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นกว่าเดิม หรือ การลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ อาทิ พันธบัตร (QE Tapering) ประเมินว่าจะกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Tech รวมถึงหุ้นไทย คาดจะได้รับ Sentiment ลบช่วงสั้น


อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าตลาดหุ้นไทย ไม่น่าจะปรับฐานแรงเหมือนในอดีตในปี 2556 เพราะดูภาพแวดล้อมปัจจุบัน คือ สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อน Tapering QE กลางปี 2556 มาก ก่อนการเกิด Tapering QE รอบนั้น Fund Flow ไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง 5 ปี ด้วยปริมาณสูงถึง 2.8 แสนล้านบาท หนุนต่างชาติมีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยโดยตรงสูงถึง 27.8%

 

ในปี 2563 - ปัจจุบันปัญหา COVID-19 กดดันต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทย 3.3 แสนล้านบาท จนทำให้ล่าสุดสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยโดยตรงลดลงมาอยู่ในระดับต่ำมากเพียง 21.2% ทำให้แรงขายน่าจะจำกัดมากขึ้น 2. หาก Fed ยังไม่ส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเป็นตึงตัว ประเมินว่าจะหนุนตลาดหุ้นโลก และหุ้นไทย ให้เป็นในทิศทางขาขึ้นได้ต่ออีกในช่วงสั้นๆ

 

โดยประเมินว่าระหว่างทั้งสัปดาห์นี้กลุ่มหุ้นที่จะยังมีแรงหนุนเชิงบวกในการลงทุน หรือ เก็งกำไร คือ กลุ่มหุ้นเปิดเมือง ซึ่งได้อานิสงค์จากการ Recovery ของเศรษฐกิจไทย อาทิ กลุ่ม กลุ่มสายการบิน, กลุ่มขนส่ง, กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม, กลุ่มธนาคาร, กลุ่มเช่าซื้อ ฯลฯ เนื่องจาก ตลาดให้น้ำหนักทั้ง รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ (New case) และการเร่งฉีควัคซีน รายวัน ซึ่งเห็นทิศทางดีขึ้น คือ New case ค่าเฉลี่ย 7 วัน ปรับลดลงต่อเนื่อง

 

ส่วนการเร่งฉีดวัคซีนของรัฐ ยังทำได้ดี เพราะหากดูการฉีดตั้งแต่ วันที 7 มิ.ย. – ปัจจุบัน สามารฉีดได้ราว วันละ 3-4 แสนโดส หากเป็นแบบนี้และฉีดต่อเนื่องโดยไม่สะดุด หรือแม้จะชะลอช่วงสั้นไปได้บ้าง เชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้าที่รัฐวางไว้ และช่วงปลายปี 2564 ไทยจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ Herd Immunity ได้หนุนการเปิดเมือง เปิดกิจกรรมเศรฐกิจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

 

ล่าสุด กทม, ชลบุรี ทยอยเปิดกิจกรรมเศรษฐกิจ 5 ประเภท อาทิ สปา , คลีนิคเสริมความงาม สวนสาธารณะ ฯลฯ มีผลทันที 14 มิ.ย. ดีต่อหุ้นกลุ่มเปิดเมือง โดยรวมยังแนะนำลงทุนหุ้นเปิดเมืองขนาดใหญ่, พื้นฐานแข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ราคาหุ้นยัง Laggard ตลาด และในกลุ่ม Sector แนะนำลงทุน กลุ่มขนส่ง คือ BEM (FV@B9.5) กลุ่มค้าปลีก BJC (FV@B39.5) CPALL (FV@B65.5) HMPRO (FV@B14.9) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ แนะนำเลือก KBANK(FV@B155)

 

กลุ่มรับเหมา : ล่าสุด รฟม. ออกร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ ราคากลางที่ 7.78 หมื่นล้านบาท ฉบับแรก โดยถึงวันที่ 15 มิย.64 ก่อนที่จะมีกำหนดขายซองประกวดราคาในวันที่ 5 ก.ค. - 7 ต.ค. 64 และยื่นขอเสนอช่วงเดือน ต.ค. 64 ถือเป็น Sentiment บวกต่อการเก็งกำไรในหุ้นรับเหมาขนาดใหญ่ (CK, STEC, ITD, UNIQ ) และ หุ้นเสาเข็มอย่าง SEAFCO และ PYLON แต่ในเชิงพื้นฐานแนะนำ ซื้อ CK (FV@B22 ) และ STEC (FV@B 18)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง