รีเซต

PIMO ส่งซิก Q1 สดใส เกมคุมสต๊อกอยู่หมัด

PIMO ส่งซิก Q1 สดใส เกมคุมสต๊อกอยู่หมัด
ทันหุ้น
1 เมษายน 2569 ( 01:30 )

นายปภัสร์  อิทธิโรจนกุล ผู้จัดการฝ่ายผลิต บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 อยู่ในเกณฑ์ดี หลังยอดขายในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ยังรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง และคาดว่ายอดขายในเดือนมีนาคมจะเติบโตเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยมีปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน หลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออกรายใหญ่ และช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนด้านอื่นได้บางส่วน

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์การผลิตแบบ Made to Order หรือการผลิตตามคำสั่งซื้อเป็นหลัก เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะสินค้าบางรุ่นที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง หากผลิตล่วงหน้าโดยไม่มีคำสั่งซื้อรองรับอาจกลายเป็นภาระต้นทุน ทั้งนี้ กระบวนการตั้งแต่รับคำสั่งซื้อจนถึงการผลิตและส่งมอบใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ทำให้บริษัทสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านต้นทุน ในปีที่ผ่านมาได้เผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะทองแดงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 30% ส่งผลให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้ากับลูกค้าขึ้นแล้ว 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาทองแดงเริ่มมีสัญญาณทรงตัว ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารต้นทุนของบริษัท แต่หากในอนาคตราคาวัตถุดิบหรือราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกจนกระทบต้นทุนการผลิต บริษัทอาจจำเป็นต้องรับภาระต้นทุนไว้เองในระยะสั้น เนื่องจากเพิ่งมีการปรับราคาสินค้าไปแล้ว และไม่สามารถทยอยปรับขึ้นราคาได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 บริษัทมองบวก หลังล่าสุดในเดือนเมษายนมีคำสั่งซื้อเข้ามาในปริมาณมาก สะท้อนความต้องการสินค้าของบริษัทในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับดี ขณะเดียวกันบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ค่าขนส่งทางเรืออย่างใกล้ชิด หลังได้รับแจ้งจากผู้ให้บริการคอนเทนเนอร์ถึงการปรับขึ้นค่าเดินเรือ แม้โดยปกติลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับภาระค่าขนส่งเอง แต่หากค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นมาก อาจส่งผลทางอ้อมต่อการตัดสินใจสั่งซื้อของลูกค้า โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจชะลอหรือปรับลดปริมาณคำสั่งซื้อ

ปัจจุบัน PIMO มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 55-60% ของรายได้รวม โดยตลาดตะวันออกกลาง อาทิ ดูไบ และอียิปต์ ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าของบริษัทได้รับการยอมรับทั้งในด้านคุณภาพและระดับราคาที่เหมาะสม ขณะที่ตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกายังคงมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ส่วนแผนการเติบโตในระยะถัดไป บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถเปิดตัวและเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในปี 2570

ข่าวที่เกี่ยวข้อง