รีเซต

BLAเติบโตด้วยกลยุทธ์“ใส่ใจ” ปรับตัวรับเทรนด์สูงวัย-อายุยืน

BLAเติบโตด้วยกลยุทธ์“ใส่ใจ” ปรับตัวรับเทรนด์สูงวัย-อายุยืน
ทันหุ้น
31 มีนาคม 2569 ( 17:44 )
5

#BLA #ทันหุ้น BLA วางกลยุทธ์ ใส่ใจ สร้างการเติบโต ภายใต้การเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างประชากร ที่นอกจากเป็นสังคมสูงวัยแล้ว ยังอายุยืนมากขึ้น ทำให้ความต้องการและการใส่ใจด้านสุขภาพมีมากขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจประกันชีวิตจะต้องเข้าใจ และรับการเปลี่ยนแปลงให้ทัน ทั้งในด้านผลิตภัรฑ์ และบริการที่จะเปลี่ยนไป พร้อมคาดการณ์ปี 69 ยังคงสามารถโตมากวก่าอุตสาหกรรมประกันชีวิต ที่คาดว่าจะโต 2.9 -3.5%

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า เพื่อรองรับความต้องการ และโครงสร้างประชากรที่ลี่ยนไป ทั้งเป็นสังคมสูงวัย เทรนด์ที่คนไทยอายุยืนมากขึ้น รวมถึงเทรนด์ของการรักษาสุขภาพ บริษัทจึงได้ปรับวิสัยทัศน์ใหม่ด้วยการเป็น บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ” หรือ Be the Most Caring Life Insurance Company ซึ่ง “ความใส่ใจ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการบริการที่ดี แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นชีวิตลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น

*3มิติหนุนการเพิ่มโต

ซึ่งการจะเป็นเบอร์หนึ่งด้านความใส่ใจ จะต้องทำให้ลูกค้ามีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้ 3 มิติ จาก 6 เสาหลัก  Products, Professionalism, Policy, Privileges, People และ Planet ซึ่งมิติแรกเป็นในด้าน ผลิตภัณฑ์ หรือ Products ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และต้องรองรับเทรนด์อายุยืน รวมถึงการรักษาสุขภาพ ดังนั้น BLA จึงมองเรื่องความต้องการของสังคมที่อายุยืนขึ้นจะต้องมีสุขภาพที่ดี กายฟิต แล้ว การเงินก็ต้องมั่นคง มีอสิระทางการเงินรองรับช่วงวัยเกษียณ สุขภาพใจก็ต้องดี มีความสมดุลทางใจ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงวัยทุกสถานการณ์ และสุดท้ายความสัมพันธ์กับครอบครัว คนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 “เรามองความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์มาตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า เช่นอายุยืนขึ้น เราก็ขยายอายุที่รับประกันมากขึ้น ปัจจุบัน 85 ปีก็ยังซื้อประกันได้ ขยายอายุความคุ้มครอง สามารถต่ออายุกรมธรรม์ไปจนถึง 99 ปี เป็นต้น  เพราะการที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้นจำเป็นต้องมีการดูแลและรูปแบบความคุ้มครองเพิ่มเติม”

*รองรับสังคมสูงวัย-อายุยืน

นอกจากนนี้ บริษัท ได้เปิดตัวแบบประกัน Long Life Care ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทยในยุค longevity โดยขยายความคุ้มครองให้รองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะโรคที่กระทบคุณภาพชีวิตระยะยาว เช่น ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ได้กระทบเพียงแค่ค่ารักษา แต่ยังกระทบต่อการใช้ชีวิตของทั้งลูกค้าและครอบครัวในระยะยาว โดยมีโครงสร้างผลประโยชน์ที่ออกแบบให้บริษัทจ่ายสินไหมต่อเนื่องเป็นรายปีไปจนถึงอายุ 99 ปี ช่วยรองรับภาระในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการการดูแลมากที่สุด

มิติที่สอง Privileges+  สิทธิประโยชน์ที่สนับสนุนคุณภาพชีวิต เช่น การพัฒนาบริการ BLA EveryCare เพื่อให้ลูกค้าได้รับ 1. Proactive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงรุกสนับสนุนการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนาน ให้ลูกค้าสามารถติดตามและบริหารจัดการสุขภาพของตนเอง รวมทั้งปรับเปลี่ยน lifestyle เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรค

*ใส่ใจสุขภาพ

2. Preventive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงลึกเพื่อป้องกันโรคก่อนเกิด ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดโอกาสการเกิดโรคที่รุนแรงได้ในอนาคต และ 3. Restorative Care การใส่ใจสุขภาพช่วงฟื้นฟูเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้  

มิติที่สาม ด้าน Professionalism+ บริษัทให้ความสำคัญมากในปีนี้ คือการยกระดับบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สร้างที่ปรึกษามืออาชีพภายใต้แนวคิด Life Care Partner หรือ “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ที่เข้าใจเป้าหมายของลูกค้าและมองเห็นความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน ภาระครอบครัว และการเตรียมตัวสำหรับอนาคต

*เป้าหมายโต5-7%

 สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ นายโชน มองว่า จากต้นปี ตั้งไว้ว่าจะขยายตัว 5-7% ซึ่งเป็นเป้าหมายก่อนเกิดเหตุการณ์ อิสราเอล และอมเริกา โจมตี อิหร่าน ดังนั้น ปัจจัยกดดันที่เข้ามาใหม่เป้นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใดต่อภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตามยังมั่นใจว่าจะสามารถโตได้มากกว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิต ที่คาดว่าจะโต 2.9 -3.5% ในปี 69

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง