5 ประเด็นสำคัญที่ได้จากการประชุมสุดยอดสี-ทรัมป์

สหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ ส่งเสริมความร่วมมือมากขึ้น แม้ทั้งสองประเทศจะมีความขัดแย้งกันมานานในหลายประเด็น ทั้งทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน เทคโนโลยี และการค้า
1. กำหนดกรอบความร่วมมือใหม่
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์ เห็นพ้องที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ โดยจีนจะใช้กรอบความร่วมมือนี้ เป็นแนวทางในช่วง 3 ปีข้างหน้าและต่อไปในอนาคต
สีจิ้นผิงระบุว่า ความสัมพันธ์จะขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือควบคู่กับการแข่งขันอย่างมีมาตการควบคุม พร้อมด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สามารถจัดการได้ โดยย้ำว่าต้องแปลงกรอบความร่วมมือดังกล่าวให้ปฏิบัติได้จริง
นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อมีการกำหนดกรอบความร่วมมือเช่นนี้แล้ว สถานการณ์ระหว่างสองประเทศจะไม่ขัดแย้งจนบานปลายเหมือนในปี 2025
2. การหารือก่อนการประชุมสุดยอดเป็นบวก
ก่อนการประชุมหลัก คณะผู้แทนด้านการค้าของสองประเทศ นำโดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ และเหอหลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้หารือกันที่เกาหลีใต้ และได้บรรลุผลลัพธ์ที่ มีความสมดุลและเป็นบวก
สี จิ้นผิง กล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันเพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้” พร้อมระบุว่า จีนยินดีที่มีส่วนร่วมทางการค้ากับสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น และการเปิดประเทศของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งสามารถเห็นได้จากทัพนักธุรกิจสหรัฐฯ ที่เดินทางไปเยือนจีนนับสิบคน ซึ่งรวมถึงอีลอน มัสก์จาก Tesla และ SpaceX และเจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia
3. ขยายความร่วมมือหลายด้าน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ใช้ช่องทางสื่อสารทางการทูตและการทหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า เกษตร และการท่องเที่ยว
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ สีจิ้นผิง และคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่าย ได้หารือถึงแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการขยายให้ธุรกิจสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น และการเพิ่มการลงทุนของจีนในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ทรัมป์ยังเรียกร้องให้จีนเดินหน้าความพยายามในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐฯ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ อีกด้วย
4. หารือประเด็นโลก
ทั้งสองฝ่ายหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง วิกฤตยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี
ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดให้การขนส่งพลังงานดำเนินต่อไป โดยจีนคัดค้านการทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตทหาร และไม่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บค่าผ่านทาง
จีนยังแสดงความสนใจซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และทั้งสองประเทศเห็นตรงกันว่า อิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์
5. ไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญที่สุด
สี จิ้นผิง ระบุว่า ไต้หวันเป็น “ประเด็นที่สำคัญที่สุด” ในความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน โดยเตือนว่าหากบริหารจัดการไม่ดี อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
เขาย้ำว่า หากจัดการอย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปได้ แต่หากล้มเหลว ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าหรือความขัดแย้งโดยตรง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
