ตีความสัญลักษณ์ หอสักการะฟ้า "เทียนถาน" ทำไมทรัมป์-สีจิ้นผิง ต้องมาที่นี่?

สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นฉากหลังในการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน คือ หอสักการะฟ้า “เทียนถาน” หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Temple of Heaven ซึ่งในสมัยโบราณเป็นสถานที่ที่จักพรพรรดิใช้ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อขอพรจากสวรรค์ให้ฝนตกตามฤดูกาล เพื่อให้การเพาะปลูกในปีนั้นเป็นไปอย่างอุดมสมบูรณ์
หอสักการะฟ้า มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 1,600 ไร่ สร้างขึ้นในในปี ค.ศ. 1420 โดยจักรพรรดิหย่งเล่อ แห่งราชวงศ์หมิง ตามความเชื่อโบราณที่จักรพรรดิเป็นเสมือนโอรสแห่งสวรรค์ และเป็นผู้เดียวที่สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับสรวงสวรรค์ได้ การออกแบบเต็มไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ เช่น ตัวอาคารมีลักษณณะทรงกลมที่สื่อถึงสวรรค์ ตั้งอยู่บนฐานที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมที่สื่อถึงโลก ตามความเชื่อโบราณที่ว่า “แผ่นฟ้าโค้ง ผืนดินเหลี่ยม” ส่วนกำแพงทางทิศเหนือสูงกว่ากำแพงทางทิศใต้ เพื่อสะท้อนถึงความเชื่อที่ทิศเหนือเปรียบเสมือนท้องฟ้า และทิศใต้เปรียบเสมือนแผ่นดิน
หอสักการะฟ้า “เทียนถาน” ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1998 และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของกรุงปักกิ่ง เทียบเท่าพระราชวังต้องห้าม จากความงดงามของสถาปัตยกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี การที่สีจิ้งผิง เลือกสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ต้อนรับทรัมป์ นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการแสดงให้ทรัมป์และชาวโลกเห็นถึงประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของจีน รวมถึงสถานที่แห่งนี้ ยังสื่อถึงอำนาจอันชอบธรรมในการปกครองประเทศด้วย
หอสักการะฟ้า “เทียนถาน” เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงอำนาจอันชอบธรรมของจักพรรดิจีนในการปกครอง ในฐานะโอรสแห่งสวรรค์ และเป็นผู้เดียวที่ติดต่อสื่อสารกับสวรรค์ได้ผ่านสถานที่แห่งนี้ ดังนั้น สีจิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะผู้นำของชาติมหาอำนาจบนโลกใบนี้ ก็ต้องการสื่อให้เห็นว่าพวกเขาต่างเป็นผู้นำที่มีอำนาจอันชอบธรรมในการปกครองประเทศ ไม่ต่างจากจักรพรรดิในอดีต
นอกจากนี้ หอสักการะฟ้า “เทียนถาน” ยังเป็นสถานที่โปรดของ เฮนรี คิสซินเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและอดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่เคยเดินทางมาเยี่ยมชมที่แห่งนี้มากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งคิสซินเจอร์เป็นคนที่มีบทบาทอย่างมากในการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จนนำไปสู่การเดินทางเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ริชาร์ด นิกสัน ในปี 1972 ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดความบาดหมางระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ในยุคนั้น ซึ่งนักวิเคราะห์ด้านจีน มองว่าทรัมป์เองก็อยากจะถูกมองในฐานะผู้ที่มีบทบาทเชื่อมความสัมพันธ์หระว่างสหรัฐฯ กับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เหมือนอย่างคิสซินเจอร์
นอกเหนือจากเรื่องสถานที่แล้ว งานเลี้ยงอาหารค่ำก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนว่าเป็นอย่างไร
ทางการจีนจะจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อต้อนรับทรัมป์ในค่ำคืนนี้ ซึ่งแม้ไม่มีการปิดเผยรายละเอียดว่าเมนูอาหารในงานเลี้ยงมีอะไรบ้าง แต่จีนให้ความสำคัญกับการจัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำต่างประเทศอยู่แล้ว อาหารแต่ละมนูจะถูกเลือกอย่างพิถีพิถันเพื่อแสดงถึงการต้อนรับ ความเป็นมิตร รวมทั้งอาจเป็นการส่งข้อความทางการเมืองด้วย
มีรายงานว่าเมนูอาหารจะถูกแบ่งออกเป็นเมนูอาหารจีน กับเมนูอาหารตะวันตกอย่างละครึ่ง เพื่อสื่อถึงความเท่าเทียมในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะมีการนำเมนูโปรดของทรัมป์มาเสิร์ฟด้วย นั่นก็คือ สเต็กเนื้อ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
