PM2.5 ไม่สุดแค่ที่ปอด แต่ยังเร่งความเสี่ยงหัวใจขาดเลือด

เพจ Tensia ซึ่งให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับอันตรายของฝุ่น PM2.5 ระบุว่า
หลายคนมักคิดว่า PM2.5 สุดแค่ปอด จริงๆ คือไม่ใช่เลยค่ะ มันเร่งความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดให้เพิ่มขึ้นมากเลย เลี่ยงได้เลี่ยงนะคะ เป็นห่วง
ขอสรุปก่อน PM2.5 ว่าคืออะไร
เราชอบเรียก PM2.5 ว่า ‘ก้อนรวมความโสมม’ คือมันรวมสิ่งอันตรายแบบรวมมิตรยิ่งกว่ากองขยะอีก จุดสำคัญคือมันเล็กมาก มันไปถึงถุงลมค่ะ
ข้างในมีอะไรบ้าง?
▪️ โครงคาร์บอนจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ พวกก่ออักเสบมหาศาล
▪️ แก๊สพิษ เช่น NO₃⁻ และ CO ซึ่งเป็นต้นทางของสารอนุมูลอิสระ
▪️ โลหะหนัก เช่น เหล็ก แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท ที่เร่งการสร้างสารอนุมูลอิสระรุนแรง
▪️ สารก่อมะเร็ง เช่น Polycyclic aromatic hydrocarbon (PAH)
แล้ว PM2.5 เข้าปอดแล้วเกิดอะไรขึ้น?
1. กระตุ้นตัวรับเคมีในทางเดินหายใจเลยค่ะ
→ สมองสั่งงานระบบ sympathetic เพิ่ม
→ ร่างกายอยู่ในภาวะ stress ระดับต่ำแบบเรื้อรังได้
2. ถูกเม็ดเลือดขาวในปอด (dust cell) จับกิน
→ ปล่อยสารก่ออักเสบ
→ สารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด
3. และที่เพิ่งค้นพบเลยคือ
เซลล์ตัวอ่อนเกล็ดเลือดชื่อเซลล์ MK
(MK = Megakaryocyte นะคะ อย่าคิดมาก)
จับกิน พอโตเป็นเกล็ดเลือด
→ เกล็ดเลือดตัวนี้จะพา PM2.5 ไปทั่วร่างกาย
ดังนั้นบทสรุป ณ ตรงนี้คือ PM2.5 ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่ปอดแล้ว
มันเร่งการอักเสบได้ทั่วเลยค่ะ
คราวนี้มาดูเฉพาะกลไกหัวใจขาดเลือดนะคะ
ต้นเหตุมันมาจากคราบไขมันสะสมผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) ซึ่งตัว PM2.5 เร่งแทบทุกขั้นตอน
1. ทำลายแก๊ส nitric oxide
→ หลอดเลือดขยายตัวได้น้อยลง
→ การป้องกันลิ่มเลือดลดลง
2. nitric oxide ถูกดึงไปสร้างสารอนุมูลอิสระเพิ่ม
→ ภาวะ oxidative stress สูงขึ้น
3. เยื่อบุผนังหลอดเลือดอักเสบ
→ LDL และเม็ดเลือดขาวแทรกเข้าสู่ผนังได้ง่ายขึ้น
4. LDL ถูกเปลี่ยนเป็นชนิดอันตราย (oxLDL) มากขึ้น
→ เม็ดเลือดขาวจับกินมากขึ้น
→ การอักเสบยิ่งรุนแรง
5. เม็ดเลือดขาวสะสมคลอเลสเตอรอลและตๅยเร็ว
→ คราบไขมันหนาขึ้นเรื่อยๆ
6. HDL ลดลง
→ การขนคลอเลสเตอรอลออกจากผนังหลอดเลือดลดลง
7. ในหลอดเลือดที่เริ่มตีบ
→ เลือดไหลเร็วขึ้น
→ ผนังถูกถูแรงและฉีกขาดง่ายขึ้น
8. เมื่อเกิดการฉีกขาด
→ เยื่อบุอักเสบ + nitric oxide ต่ำ
→ ระบบการแข็งตัวของเลือดถูกกระตุ้น
→ ลิ่มเลือดเกิดได้ง่ายและรุนแรงขึ้น
มันกระตุ้นอย่างละนิดอย่างละหน่อยแต่ทุกกลไกค่ะ
ก็ไม่ใช่คนโดนแล้วจะเป็นภาพนี้ทันที
ความรุนแรงขึ้นกับ
ปริมาณที่สัมผัส → ระยะเวลา → โรคประจำตัวเดิมของแต่ละคน
การป้องกันยังสำคัญที่สุด
ควรตรวจระดับ PM2.5 ก่อนออกจากบ้าน
การสวมหน้ากากช่วยลดการรับสารพิษได้
ในวันที่ค่าฝุ่นสูง การใช้หน้ากาก N95 ไม่ใช่เรื่องเกินจำเป็น
และแม้หน้ากากทั่วไปจะกันได้ไม่สมบูรณ์
ก็ยังดีกว่าไม่ป้องกันเลยค่ะ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
