เมื่องานออโต้เซี่ยงไฮ้ยกระดับสู่ระดับโลก โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

เมื่องานออโต้เซี่ยงไฮ้ยกระดับสู่ระดับโลก โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
TNN ช่อง16
29 เมษายน 2564 ( 11:30 )
15
เมื่องานออโต้เซี่ยงไฮ้ยกระดับสู่ระดับโลก โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

ออโต้เซี่ยงไฮ้ (Auto Shanghai) เปิดให้ยลโฉมรถยนต์ใหม่หลายพันคันตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน ค่ายรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และกิจการด้านอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีของจีนและเทศต่างโชว์ศักยภาพรถยนต์แห่งโลกอนาคต ...


งานแสดงสินค้า Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 19 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-28 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมแห่งชาติ (National Exhibition and Convention Center) เซี่ยงไฮ้ ภายใต้แนวคิดหลัก “อ้อมกอดแห่งการเปลี่ยนแปลง” (Embracing Change) โดยมุ่งเน้นจุดแข็งของเซี่ยงไฮ้ในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม



บนพื้นที่ราว 360,000 ตารางเมตรที่ใช้จัดงานในศูนย์แสดงสินค้าภายใต้หลังคาเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ประกอบการจีนและเทศจำนวนรวมกว่า 1,000 ราย ทั้งจากค่ายรถยนต์ระบบสันดาป และค่ายรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งสตาร์ตอัพหน้าใหม่อย่างกิจการอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี ซึ่งส่วนหลังนี้สะท้อนว่า อุตสาหกรรยานยนต์ของจีนกำลังขยับไปสู่รถยนต์ไร้คนขับในอนาคต

อันที่จริง ออโต้เซี่ยงไฮ้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1985 ตอนนั้นถือเป็นงานแสดงสินค้ายานยนต์แรกๆ ของจีน หลังจากนั้น งานนี้ก็จัดขึ้นสองปีครั้ง และพัฒนาจากงานเล็กๆ ไปสู่งานในอันดับต้นๆ ของจีนที่มีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่งในตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากความสนใจจากสาธารณชนแล้ว ออโต้เซี่ยงไฮ้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและสมาคมองค์กรที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมจากกิจการยานยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ทั้งจีนและเทศ ส่งผลให้ออโต้เซี่ยงไฮ้ในปีนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นงานระดับโลกอย่างแท้จริง 

แต่ละค่ายใหญ่ต่างใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอรถยนต์ต้นแบบ และรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำยุคและดีไซน์พิเศษสุด ยกตัวอย่างเช่น BMW M3 และ M4 แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และ Lexus ES ซึ่งเป็นระบบไฮบริด 

ที่โดดเด่นอีกรายหนึ่งก็คือ MG ก็นำเอารถต้นแบบของรุ่น Cyberster ที่เป็นรถสปอร์ตแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งภายในเป็นห้องโดยสารแบบอี-สปอร์ตไปนำเสนอในงานนี้เป็นครั้งแรกในโลก แถมจุดเด่นอีกประการหนึ่งก็คือ แบ็ตเตอรี่ที่เมืองชาร์จเต็มแล้วจะวิ่งได้ถึง 800 กิโลเมตร ระยะทางไกลสุดในบรรดาค่ารถยนต์ที่มาออกงาน 




ออโต้เซี่ยงไฮ้ยังเป็นงานแสดงสินค้าที่ส่งเสริมการพัฒนา และบ่งบอกถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์จีนที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความต้องการในแนวความคิดด้านเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนาสมัยใหม่ 

การส่งเสริมของภาครัฐ ความเก่งกาจของภาคเอกชน และการเปิดกว้างของภาคประชาชน ทำให้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์พลังงานทางเลือกในจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมต่างตระหนักดีว่า รถยนต์พลังงานทางเลือกจะเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และจีนเป็นตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันและในอีกหลายปีในอนาคต ทำให้ค่ายรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษกับตลาดจีน

ยิ่งพอจีนได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของโลกก็ยิ่งทำให้ออโต้เซี่ยงไฮ้เป็นเวทีประชันโฉมเทคโนโลยียานยนต์ของโลกไปโดยปริยาย ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเสนอในงานนี้เกือบทั้งหมดสามารถวิ่งได้ระยะทางอย่างน้อย 500 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบ็ตเตอรี่เต็ม 

แต่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในจีนีก็ไม่ค่อยกังวลใจมากนัก เพราะจีนได้เริ่มทดลองพัฒนาถนนที่ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่ฉาบด้วยยางมะตอยใสในมณฑลซานตงแล้ว และในอนาคตอันใกล้ ถนนเหล่านี้จะสามารถช่วยชาร์จไฟแบบอัตโนมัติแก่รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับได้!

ขณะเดียวกัน สตาร์ตอัพหน้าใหม่ของจีน อาทิ NIO และ Xpeng ก็เป็นกลุ่มแรกๆ ที่กระโดดเข้ามาลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนที่กำลังเติบโตแรง หรือ Ora Punk Cat ก็นำเอารถยนต์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายโฟล์กเต่ามาอวดโฉมเช่นกัน

โดยที่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเมินว่า ตลาดยานยนต์ของจีนในปี 2021 คาดว่าจะฟื้นตัวแรงมาก จากสถิติของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งชาติจีน พบว่า ยอดขายยานยนต์จีนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีจำนวนเกือบ 6.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้นกว่า 75% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมค่ายรถยนต์ต่างเร่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เข้ามายั่วน้ำลายผู้บริโภคชาวจีนด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน และยังจะมีสตาร์ตอัพอีกหลายรายที่เตรียมเสนอนวัตกรรมของตนเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดรถยนต์สีเขียวในจีนในอนาคตอันใกล้



ด้วยอุปสงค์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ซัพพลายเออร์ในจีน และภูมิภาคเอเซีย ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบ็ตเตอรี่ อุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า และอื่นๆ อย่างมาก

ซัพพลายเออร์ยานยนต์ดั้งเดิมจำนวนมากต่างก็เร่งปรับเปลี่ยนไปสู่รถยนต์แห่งโลกอนาคต อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟท์แวร์ และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ และดาหน้าเข้ามาอวดโฉมในงานแสดงสินค้านี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีก็เข้ามาร่วมสร้างสีสันในงานนี้เช่นกัน ธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งครอบคลุมถึง 5G ปัญญาประดิษฐ์ IoTs และบิ๊กดาต้า ได้ขยายไลน์สินค้าและบริการเข้ามาเชื่อมโยงหรือผนวกกับตลาดยานยนต์จีนอย่างรวดเร็ว

ธุรกิจรายใหญ่ของจีนอย่าง Huawei ก็จับมือกับผู้ผลิตยานยนต์ของจีนในการทำรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยกำลังพัฒนาความร่วมมือกับ GAC ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของจีน เพื่อเร่งผลิตรถยนต์ไร้คนขับออกสู่ท้องตลาดในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า

Baidu ก็เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับที่ควบคุมโดยระบบปฏิบัติการ Apollo ที่โด่งดัง ถึง 6 รุ่นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยบริษัทประกาศว่า ระบบ Apollo Navigation Pilot จะครอบคลุมพื้นที่ให้บริการถึง 20 เมืองในจีนภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะถูกติดตั้งในรถยนต์ไร้คนขับได้ถึง 1 ล้านคันในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ บริษัทยังนำเอาระบบจอดรถอัตโนมัติที่ติดตั้งในรถยนต์รุ่น Weltmeister W6 มาอวดโฉมและทดลองภายในงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าเยี่ยมชมงานเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน DiDi บริการเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอ๊พยอดนิยมของจีน ก็ประกาศความร่วมมือเชิงพันธกิจกับ Volvo เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในบริการแท็กซี่ไร้คนขับ โดย Volvo จะนำเอารถรุ่น XC90 มาใช้รองรับแพล็ตฟอร์มระบบไร้คนขับและเครือข่ายที่ DiDi พัฒนาขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา DiDi ได้นำเอา Volvo รุ่น XC60s มาทดลองใช้กับโปรแกรมรถยนต์ไร้คนขับในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งลูกค้าสามารถใช้แอ๊พเรียกรถ และมีคนขับรถและวิศวกรช่วยกำกับด้านความปลอดภัยขณะเดินทาง และภายหลังการพัฒนาความร่วมมือและระบบมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ทั้งสองบริษัทจึงได้วางแผนจะเปิดให้บริการแบบไร้คนขับอย่างสมบูรณ์ตามชุมชนเมืองในจีนและสหรัฐฯ ได้ในอนาคตอันใกล้

แม้กระทั่ง DJI ผู้ผลิตโดรนชั้นนำแห่งเซินเจิ้น ก็เปิดกิจการ DJI Automotive เป็นหน่วยธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นธุรกิจฮาร์ตแวร์และซอฟท์แวร์รถยนต์ไร้คนขับ



งานออโต้เซี่ยงไฮ้ในปีนี้นับว่าได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างกว้างขวาง ในยุคหลังโควิด-19 ชาวจีนหันมาหาใช้รถยนต์ส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ทำให้งานนี้จึงไม่เพียงเป็นตัวกระตุ้นยอดขายรถยนต์ และการจับจ่ายใช้สอยของวงจรภายในประเทศตามกลยุทธ์เศรษฐกิจวงจรคู่ (Dual Circulation Economy) ของรัฐบาลจีนเท่านั้น แต่เป็นตัววัดแนวโน้มอุปสงค์ยานยนต์ในอนาคตอีกด้วย

เกิดคำถามว่า จีนยอมให้จัดงานแสดงสินค้าแบบเปิดแล้วหรือ ผมขอเรียนว่า ผู้จัดงานกำหนดให้วันที่ 19-20 เมษายน เป็นรอบสื่อมวลชน ตามด้วยวันที่ 21-23 เป็นรอบนักธุรกิจและนักวิชาการ และระหว่างวันที่ 24-28 เปิดกว้างต่อสาธารณชน

โดยผู้เข้าเยี่ยมชมงานจะต้องแสดงคิวอาร์โค้ดสุขภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิ และบัตรประชาชน ก่อนเข้างานอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน บัตรผ่านประตูเข้างานทั้งหมดก็เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์/ไร้กระดาษ โดยสามารถจัดซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการของงานผ่านวีแชต เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องโควิด-19

แต่ผมขอเรียนว่า แม้ว่าจีนสามารถจัดการกับวิกฤติโควิด-19 ได้อย่างอยู่หมัด จนกล้าอนุญาตให้จัดงานแสดงสินค้าแบบเปิดที่ปล่อยให้ผู้คนจำนวนมากเข้าเยี่ยมชมงานในเวลาเดียวกันแล้ว แต่จีนก็ยังคุมเข้ม และประชาชนก็การ์ดไม่ตก

ด้วยความพร้อมของระบบที่ดีดังกล่าว ทำให้ประชาชนมั่นใจในการออกมาใช้ชีวิตภายนอก ทำให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ และผู้จัดงาน ผู้ออกงาน และผู้เข้าเยี่ยมชมงานต่างร่วมมือและพร้อมใจกันแสดงพลังแห่งการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนอย่างเต็มที่ 


จนผู้ที่ชื่นชอบความเร็วรู้สึกว่า งานออโต้เซี่ยงไฮ้ได้วิ่งแซงหน้าดีทร้อยต์ออโต้โชว์ไปซะแล้ว ... 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง